หุ้นไทยสวน ‘ทรัมป์’

*คำพูดที่ว่า โลกของการลงทุนเป็นอะไรที่ยากต่อการคาดเดาแล้ว แต่ดูเหมือนว่า การเมืองกลับกลายเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจมากกว่าและเป็นตัวการที่ทำให้ทุกอย่างปั่นป่วนไปหมดนั้น “โมนิก้า” ถึงไม่ให้ราคากับกลุ่มคนที่เรียกตัวเองเป็นนักการเมือง และการชุมนุมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะสุดท้ายก็คงมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ดี จึงไม่อยากเอาตัวเข้าไปเกลือกกลั้วไงล่ะค่ะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*คำพูดที่ว่า โลกของการลงทุนเป็นอะไรที่ยากต่อการคาดเดาแล้ว แต่ดูเหมือนว่า การเมืองกลับกลายเป็นเรื่องที่ยากจะเข้าใจมากกว่าและเป็นตัวการที่ทำให้ทุกอย่างปั่นป่วนไปหมดนั้น “โมนิก้า” ถึงไม่ให้ราคากับกลุ่มคนที่เรียกตัวเองเป็นนักการเมือง และการชุมนุมที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะสุดท้ายก็คงมีอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่ดี จึงไม่อยากเอาตัวเข้าไปเกลือกกลัไงล่ะค่ะ

*ตัวอย่างดังกล่าวดูได้จากคนบ้าอำนาจอย่าง “ทรัมป์” ซึ่งประกาศโพล่งหลังจากออกจากโรงพยาบาลไม่ทันไรว่า ยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งหมด และจะไปพูดคุยกันอีกทีหลังเลือกตั้งประธานาธิบดีเสร็จสิ้นลง ซึ่งตีความได้ว่า หากคนอเมริกันไม่เลือกประธานาธิบดีจอมเพี้ยนกลับเข้ามาดำรงตำแหน่ง ก็หมดสิทธิ์ได้เห็นแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของอเมริกาที่เป็นรูปธรรมเลยพะยะค่ะ

*นอกจากนี้อีตาบ๊องเจ้าเดิมยังทวีตข้อความเกี่ยวกับเชื้อโควิด-19 ที่ระบาดอย่างหนัก ว่าไม่น่ากลัวอย่างที่ทั่วโลกกระพือข่าว พร้อมกับเปรียบเปรยเหมือนไข้หวัดเท่านั้นแหละ! ทำให้ เฟซบุ๊ก-ทวิตเตอร์ ถึงกับมีอาการร้อนรน และแสดงปฏิกิริยาต่ออีตาบ๊องด้วยการลบข้อความดังกล่าว เพราะเป็นการให้ข้อมูลผิด ๆ ต่อสาธารณชน แถมยังทำให้ดัชนีดาวโจนส์ทรุดลงหนักแบบนี้ มันเป็นปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกหงอยตามไปด้วยไงล่ะจ๊ะ

*ฉะนั้นอย่าแปลกใจที่เห็นตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในแดนลบช่วงเปิดตลาด แต่สุดท้ายก็เด้งกลับขึ้นปิดไปที่ระดับ 1,263.71 จุด บวกไป 13.56 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.23 หมื่นล้านบาท “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่อยู่เหนือการควบคุม ผนวกกับตลาดหุ้นกำลังอยู่ในช่วงเซตตัวเพื่อสร้างฐานบริเวณ 1,250 จุด จึงเห็นแรงขายออกมาประปรายตลอดเวลา ขณะเดียวกันจะเห็นว่า ยังมีแรงซื้อเข้ามารับหุ้นเป็นระยะเช่นกัน ส่งผลให้โมเมนตัมของตลาดหุ้นไทยไม่ได้แย่สักเท่าไหร่เจ้าค่ะ

*คล้ายกับการโค้งตัวลงของหุ้นขายไก่ขายหมู CPF อาจทำให้แฟนคลับที่มีต้นทุนสูงกว่าราคาปัจจุบันรู้สึกไม่แฮปปี้ก็จริง แต่ถ้ามองในมุมของกำไรเติบโตเป็นที่ตั้ง ย่อมเห็นโอกาสที่หุ้นจะวิ่งกลับขึ้นไปยอดเดิมบริเวณ 34 บาทยังคงเปิดกว้าง “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินราคาปิดที่ 28 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 811.64 ล้านบาท ยังเป็นจังหวะทยอยเก็บหุ้นไหมเอ่ย ?

*เช่นเดียวกับในรายของ WHA ภายใต้การกุมบังเหียนของ “เจ๊จูน” เขาว่ากันว่า ตัวเลขกำไรปี 63 น่าจะใกล้เคียงกับกำไรปี 62 ซึ่งหมายความว่า ราคาหุ้นก็ควรอยู่ที่บริเวณ 4 บาทเป็นอย่างต่ำ (ราคาเมื่อปีก่อน) “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินราคาหุ้นในกระดานที่ระดับ 2.98 บาท ลบไป 0.02 บาท หรือลงไป 0.67% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 344.18 ล้านบาท ใช่จุดที่ต้องเล่นไหม ?..อิอิอิ

*ส่วนรายที่มาแบบเนิบ ๆ แต่เน้นด้วยคุณภาพ “โมนิก้า” ต้องชี้เป้าไปที่หุ้น JWD หลังทะยานขึ้นอย่างช้า ๆ จากระดับ 6 บาทเมื่อต้นเดือนก่อน จนวานนี้ขึ้นมายืนปิดที่ 8.30 บาท ทรงตัวจากวันก่อนหน้า แต่มาพร้อมกับสตอรี่กำไรไตรมาส 3 แจ่มแมว ! เดี๊ยนมองเป็นช็อตที่นักเล่นที่ชอบห้อยโหนกระแสไม่ควรมองข้าม เพราะเมื่อตั้งสมมุติฐานยอดเดิมที่เล่นเป็นประจำอยู่แถว 10 บาท จึงเหลือแก๊ปให้ลุยอีกเยอะนะจ๊ะ

*สำหรับม้านอกสายตาอย่าง SIS ก็แสดงกำลังภายในให้เห็นถึงความแข็งแกร่งตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 ด้วยการขยับจากฐานราคา 5 บาท ก่อนจะไต่เพดานบินสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนวานนี้ขึ้นมายืนปิดที่ 20.40 บาท บวกไป 1.60 บาท หรือขึ้นไป 8.51% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 124.51 ล้านบาท ล้วนได้รับอานิสงส์จากนิวนอร์มอล ส่งผลให้มีความต้องการใช้คอมพิวเตอร์ ซอฟต์แวร์ หรือการวางระบบมากขึ้นเรื่อย ๆ แมงลือถึงเม้าท์กันให้แซ่ดว่า 25 บาทเป็นอย่างต่ำ..อิอิอิ

*ส่วนหุ้นที่เตะตาเข้าอย่างจัง และทำผลงานดีมาตลอด “โมนิก้า” คงต้องยกให้กับ ITEL เพื่อชี้ให้เห็นราคาหุ้นในกระดานยังต่ำกว่าระดับเหมาะสม ผนวกกับทิศทางของธุรกิจยังโตได้เรื่อย ๆ เดี๊ยนถึงมองการขึ้นมาปิดที่ 3.12 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 10.64% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 76.39 ล้านบาท ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจแต่อย่างใด เพราะเมื่อมองบนฐานความคิดกำไรต่อหุ้นปี 63 อยู่ที่ระดับ 0.20 บาท เทียบกับ P/E 20 เท่า ราคาหุ้นก็ควรอยู่แถว 4 บาทนะนายจ๋า !