SEAFCO ฝ่าวิกฤติขาดแคลนแรงงาน

มีการประเมินกันว่าในปี 63 ทาง SEAFCO อาจยังได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน แล้วส่งผลยังรายได้ปีนี้อาจทำได้ดีสุดเพียงทรงตัว

คุณค่าบริษัท

มีการประเมินกันว่าในปี 2563 ทาง บริษัท ซีฟโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ SEAFCO อาจยังได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนแรงงาน แล้วส่งผลยังรายได้ปีนี้อาจทำได้ดีสุดเพียงทรงตัวจากปีที่ผ่านมา 3 พันล้านบาท

ในส่วนการคาดการณ์รายได้ปี 2563 จะอยู่ในช่วง 2.8-3 พันล้านบาท เพราะจากปัญหาขาดแคลนแรงงานทำให้บริษัทไม่สามารถดำเนินงานได้เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงงานศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี (ส่วนต่อขยาย) มีการล่าช้าไปจากเดิมที่จะเริ่มงานได้ในช่วงเดือน ส.ค. 2563 เนื่องจากติดปัญหา EIA

เนื่องจากสถานการณ์แรงงานนับตั้งแต่ช่วงเกิดวิกฤติโควิด-19 มีแรงงานหายไปราว 100 คน จากทั้งหมด 800 คน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทมีการเร่งการจ้างงานแรงงานไทยและต่างด้าวในประเทศ แต่หาแรงงานทดแทนได้ค่อนข้างยาก

แล้วที่สำคัญทางนักวิเคราะห์ บล.เคทีบี คาดแนวโน้มไตรมาส 3 ปี 2563 ยังชะลอตัว โดยประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2563 ที่ 68 ล้านบาท ลดลง 33% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และลดลง 5% จากไตรมาสก่อน

ประเด็นหลักปัญหาขาดแคลนแรงงานส่งผลให้ดำเนินงานได้เต็มประสิทธิภาพได้เพียง 60% และ GPM ลดลงกดดันโดยสภาวะการแข่งขันที่สูง

ทั้งนี้ จากทิศทางรายได้ที่คาดจะยังได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนแรงงานทำให้มีการปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2563 ลงมาอยู่ที่ 309 ล้านบาท จากเดิม 342 ล้านบาท

หลังจากผลการดำเนินงานไตรมาส 2 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563 บริษัทมีกำไรลดลงเหลือ 71.84 ล้านบาท หรือ 0.10 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 101.76 ล้านบาท หรือ 0.14 บาทต่อหุ้น ผลดังกล่าวเกิดจากรายได้จากการรับเหมาก่อสร้างลดลง และรายได้จากการขายวัสดุก่อสร้างลดลง ส่งผลให้ผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก บริษัทมีกำไรลดลงเหลือ 166.25 ล้านบาท หรือ 0.22 บาทต่อหุ้น จากงวดเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 221.83 ล้านบาท หรือ 0.30 บาทต่อหุ้น

ถึงอย่างไรก็มีการคาดว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2564 จะเห็นการปรับตัวดีขึ้น 11% จากงวดเดียวกันของปีก่อน แม้สถานการณ์ขาดแคลนแรงงานในปัจจุบันยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อ แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายขึ้นในปีหน้า อีกทั้งบริษัทมี backlog สูงที่ราว 2.6 พันล้านบาท (ณ วันที่ 9 ก.ย.) ขณะที่โอกาสในการเติมงานใหม่ยังมีสูง หนุนโดยการเร่งผลักดันโครงการขนาดใหญ่ของรัฐในปี 2564

อย่างไรก็ตาม คงคำแนะนำ “ซื้อ” แต่ปรับราคาเป้าหมายปี 2564 ลงเป็น 6.70 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ 57,107,936 หุ้น     7.72%
  2. นางณัฐฐกานต์ ทัศนนิพันธ์ ทันโนะ 55,259,224 หุ้น     7.47%
  3. นางภาวนา ทัศนนิพันธ์ 23,857,163 หุ้น     3.23%
  4. นายทัศน์พันธ์ ทัศนนิพันธ์ 23,398,371 หุ้น     3.16%
  5. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 17,347,329 หุ้น     2.35%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายสมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ
  2. นายณรงค์ ทัศนนิพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
  3. นายเผด็จ รุจิขจรเดช กรรมการ
  4. นายกมล สิงโตแก้ว กรรมการ
  5. น.ส.ณัฐฐวรรณ ทัศนนิพันธ์ กรรมการ