3 เกลอ ร่วมหัวจมท้าย

เป็นอีกดีลที่น่าจับตา..!! หลังบริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B, บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL และบริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE ร่วมแท็กทีมตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ บริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด เพื่อรุกธุรกิจพลังงานทดแทน...กลายเป็น 3 เกลอ แอนด์เดอะแก๊ง..!!

สำนักข่าวรัชดา

เป็นอีกดีลที่น่าจับตา..!! หลังบริษัท บี จิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ B, บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL และบริษัท เวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ WAVE ร่วมแท็กทีมตั้งบริษัทร่วมทุนในชื่อ บริษัท เดอะ เมกะวัตต์ จำกัด เพื่อรุกธุรกิจพลังงานทดแทน…กลายเป็น 3 เกลอ แอนด์เดอะแก๊ง..!!

โครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัทใหม่ แบ่งเป็น B ถือหุ้น 5%, MILL 37.08%, WAVE 26.48% และในนามบุคคลอีก 2 คน คือ พุย หมัน ลี ถือหุ้น 16.58% และ ธนรัชต์ พสวงศ์ 13.24%

จุดที่น่าสนใจ…ดีลนี้ถูกมองว่าเป็นการ “ปิดจุดตาย”“เปิดจุดโต” ที่ลงตัวของแก๊ง 3 เกลอ เนื่องจากแต่ละค่ายมีข้อจำกัดเฉพาะตัว…อย่าง B ทำธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งแปลงร่างมาจากบริษัท บางปะกง เทอร์มินอล จำกัด (มหาชน) หรือ BTC เป็นเสมือนบริษัทในเครือ MILL หลังจาก MILL เข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนจนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สัดส่วน 32.77% อาจโตได้ระดับหนึ่ง แต่การ Growth จะยาก เพราะคู่แข่งเยอะ…

ส่วน MILL ทำธุรกิจเหล็ก ก็หนักหนาสมชื่อ เจอเหล็กจีนดั๊มป์ราคา จนทำให้ผลประกอบการช่วงที่ผ่านมามีแต่สาละวันเตี้ยลงต่อเนื่อง ฟาก WAVE ก็เป็นร่างใหม่ของบริษัท ซีวีดี เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ CVD อยู่ในธุรกิจบันเทิง ยิ่งไปยาก หลังเม็ดเงินโฆษณาหดหายเรื่อย ๆ จนต้องจมปลักกับตัวเลขขาดทุนมาหลายปี

ทำให้ทุกฝ่ายต้องดิ้นหาธุรกิจใหม่ ๆ มาเติมเต็มธุรกิจเดิม…ซึ่งจุดนัดพบของแก๊งนี้มุ่งเป้าไปที่ธุรกิจพลังงานทดแทน…

จะว่าไปก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร…เพราะช่วง 4-5 ปีมานี้ ธุรกิจพลังงานถือเป็นเทรนด์ใหม่ฮอตฮิต ที่หลายบริษัทคิดอะไรไม่ออก ก็จะนึกถึงธุรกิจพลังงานอันดับแรก…บางบริษัทธุรกิจดั้งเดิมโตยาก หรือบางบริษัทพยายามหาธุรกิจใหม่มาทดแทนของเดิมที่ซันเซ็ตไปแล้ว หรือบางบริษัทธุรกิจยังพอไปได้ แต่คู่แข่งเยอะ ก็จะหาธุรกิจใหม่ ๆ มาเติม…ซึ่งธุรกิจพลังงานมักตอบโจทย์

เนื่องจาก 1) เป็นธุรกิจที่กินยาว เป็น Recurring Income หรือรายได้ประจำ และ 2) ไม่ต้องกังวลเรื่องลูกค้า ถ้าเป็นตลาดในประเทศ ลูกค้าหลักถ้าไม่เป็นการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก็เป็นการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แต่ถ้าไปตลาดต่างประเทศ ลูกค้าก็จะเป็นหน่วยงานรัฐของประเทศนั้น ๆ

ส่วนเคสแก๊ง 3 เกลอ ช่วงที่ผ่านมา ถ้าจะบินเดี่ยวก็ลำบาก เพราะไม่ใช่บริษัทใหญ่ การหาเงินก้อนใหญ่ ๆ คงยาก ขณะที่ธุรกิจพลังงานต้องใช้เงินลงทุนเยอะ จะไปทำโปรเจกต์ไฟแนนซ์ก็คงได้ไม่มาก ด้วยทุนจดทะเบียนไม่ได้สูงมาก ดังนั้นถ้าไม่ร่วมกันก็จะไปยาก หรือถ้าไปได้ไซซ์ก็จะจิ๋ว ๆ เลยเป็นที่มาของการเดินทางร่วมกัน เป็นแม่น้ำสายเดียวกัน…

แต่ละค่ายก็ต้องเติมเงินเข้าไปตามสัดส่วนการถือหุ้น โดย B เติมเงินราว 125 ล้านบาท MILL เติมราว 900 ล้านบาท ส่วน WAVE เติมราว 600 ล้านบาท…

ขณะที่ปัจจุบัน เดอะ เมกะวัตต์ มีแผนการลงทุนในโครงการโซลาร์ฟาร์มของบริษัท สยามโซล่าร์ เจนเนอเรชั่น จำกัด (SSG) ที่ อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ รวม 22.5 เมกะวัตต์ (MW) และลงทุนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์ฟาร์ม) มีขนาดกำลังการผลิต 360 MW ตั้งอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา โดยมีแผนการก่อสร้างช่วงแรกประมาณ 60 MW ในปลายปี 2563 และคาดว่าจะเริ่มซื้อขายไฟฟ้าได้ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับกระทรวงไฟฟ้าและพลังงานของเมียนมา ในปี 2564 เป็นระยะเวลา 30 ปี

นั่นเท่ากับว่า แก๊ง 3 เกลอ จะสามารถรับรู้รายได้เข้ามาในปีหน้าทันที…ซึ่งน่าจะช่วยหนุนตัวเลขรายได้และกำไรให้ดูดีขึ้น..!!

สุดท้ายหากโมเดลนี้ซัคเซส แก๊ง 3 เกลอก็อาจ Spin-Off บริษัทร่วมทุนเข้าตลาดฯ ในอนาคต ซึ่งบริษัทนี้ทำสาธารณูปโภค ก็สามารถเข้าตลาดได้เลย ส่วนแก๊ง 3 เกลอจะถือหุ้นต่อหรือไม่..? หรือจะขายหุ้นทิ้งเพื่อทำกำไร ก็ว่าไป…

แต่ที่แน่ ๆ ดีลนี้ถือเป็นดีลปฐมภูมิที่แก๊ง 3 เกลอร่วมหัวจมท้ายกัน ซึ่งจะกอดคอกันรวยหรือกอดคอกันร่วง..? อันนี้ต้องติดตามกันต่อไป…

…อิ อิ อิ…