รัฐบาล แจงจำเป็นใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ป้องกันเหตุเผชิญหน้า ผู้ชุมนุม-กลุ่มเห็นต่าง

รัฐบาล แจงจำเป็นใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ป้องกันเหตุเผชิญหน้า ผู้ชุมนุม-กลุ่มเห็นต่าง พร้อมเปิดเวทีรับฟังความเห็นทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (15 ต.ค.63) นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลมีความจำเป็นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนที่มีความเห็นต่างเผชิญหน้ากันเอง เนื่องจากมีประชาชนหลายส่วนแสดงท่าทีว่าไม่ต้องการให้กลุ่มผู้ชุมนุมก้าวล่วงพาดพิงสถาบันฯ และไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบเมื่อวานนี้อีก (14 ต.ค.) จึงจำเป็นต้องรักษาความสงบเรียบร้อย ป้องกันเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และป้องกันการเผชิญหน้าของแต่ละกลุ่ม

รัฐบาลยังอยากขอความร่วมมือกับประชาชนให้ระมัดระวังการดำเนินการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน อาทิ ห้ามชุมนุมมั่วสุมตั้งแต่ 5 คน ห้ามยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ห้ามเสนอข่าว จำหน่าย หรือ เผยแพร่สื่ออื่นใด ข้อความ ที่ทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือมีเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร เป็นต้น

รวมทั้งสื่อโซเซียลมีเดียขอให้ระมัดระวังการโพสต์ข้อความและการแสดงความคิดเห็นต่างๆ  ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการชุมนุม แต่รวมไปถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดียอย่างไม่ถูกต้อง

นายอนุชา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเรื่องของการที่จะพูดคุยกันยังมีโอกาสที่จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย ขณะเดียวกันรัฐบาลอยากให้ผู้ชุมนุมเคารพสิทธิเสรีภาพของส่วนรวมด้วย เนื่องจากในปัจจุบันอยู่ในช่วงที่ยังต้องเฝ้าระวังโควิด-19 และเศรษฐกิจก็ยังมีปัญหา ซึ่งหลายภาคส่วนออกมาย้ำถึงมาตรการเศรษฐกิจและการจัดการโควิด -19 จะไม่เป็นผลสำเร็จหากความสงบเรียบร้อยในประเทศไม่เกิดขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีได้ย้ำถึงแนวคิดรวมไทยสร้างชาติเพื่ออาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกคน

“ตอนนี้ในประเทศควบคุมโควิด-19 ได้ และรัฐบาลเตรียมออกมาตรการเศรษฐกิจในอนาคต ในช่วง 3 เดือนจะมีมาตรการออกมาเพิ่มขึ้น ขอให้ระมัดระวังการกระทบกระทั่งกัน ในการไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า ในส่วนรัฐบาล ขอให้ทุกท่านให้ความร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไป ไม่ว่าการที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจภายใต้กรอบกฎหมาย” นายอนุชา กล่าว

ทั้งนี้ ในวันพรุ่งนี้ (16 ต.ค.) รัฐบาลจะมีประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดเล็กเพื่อรับทราบการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร เพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย เนื่องจากเมื่อวานนี้มีเหตุการณ์ที่มีผลกระทบคนไทยเป็นจำนวนมาก คือ กระทบขบวนเสด็จพระราชดำเนิน มีการก้าวล่วงสถาบัน มีการใช้วาจาปลุกกปั่น ก้าวล่วง