TFG บวกแรง 6% ลุ้นครึ่งปีหลังธุรกิจสดใส ดีมานด์บริโภคไก่-สุกรพุ่ง แนะซื้อเคาะเป้า 5.40 บ.

TFG บวกแรง 6% ลุ้นครึ่งปีหลังธุรกิจสดใส ดีมานด์บริโภคไก่-สุกรพุ่ง แนะซื้อเคาะเป้า 5.40 บ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG ณ เวลา 10.56 น. อยู่ที่ระดับ 4.32 บาท บวก 0.24 บาท หรือ 5.88% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 46.0/8 ล้านบาท

โดยก่อนหน้านี้นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG เปิดเผยว่า สถานการณ์การดำเนินธุรกิจช่วงครึ่งปีหลังของปี 2563 จะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากปริมาณความต้องการบริโภคไก่และสุกรยังเติบโตได้ดี เพราะการเกิดโรคระบาดอหิวาต์หมู (ASF) ทำให้ปริมาณสุกรในตลาดหายไป รวมทั้งมีการหันมาบริโภคไก่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาขายทั้งสุกรและไก่ยังคงยืนในระดับสูงได้จนถึงสิ้นปี 2563

“การที่ปริมาณสุกรในจีนและเวียดนามลดลงจากโรคระบาด ASF ทำให้ราคาขายสุกรยืนได้ในระดับสูง รวมทั้งมีการหันมาบริโภคไก่มากขึ้น ประเมินว่าสถานการณ์แบบนี้น่าจะยังคงมีให้เห็นไปอีก 1-2 ปี ดังนั้นก็น่าจะทำให้ปริมาณการส่งออกเนื้อสัตว์เติบโตได้ต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดในยุโรปก็ประเมินว่า หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย ความต้องการบริโภคก็น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง ซึ่งการส่งออกไปจีนยังคงทำได้ดี” นายวินัย กล่าว

ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2563 เติบโต 10% จากปีก่อน และคาดอัตรากำไรขั้นต้นที่ตัวเลขสองหลัก (Double Digit) นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายกำลังการผลิตรองรับตลาดที่เติบโต โดยเพิ่มกำลังการผลิตหมูทั้งในไทยและเวียดนาม ขยายกำลังการผลิตอาหารสัตว์เพื่อรองรับกำลังการผลิตหมูที่เพิ่มขึ้น และขยายกำลังการผลิตไส้กรอก โดยจะให้ความสำคัญกับอาหารมากขึ้น เน้นการขยายธุรกิจในส่วนของสุกรทั้งในประเทศไทยและประเทศเวียดนาม

รวมทั้งยังคงเดินหน้าลดต้นทุนการผลิตด้วยการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ โดยอยู่ระหว่างการดำเนินการ 4 โครงการ คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ทุกโครงการได้ภายในสิ้นปี 2563 และจะสามารถลดต้นทุนการใช้พลังงานได้เป็นอย่างดี สำหรับบริษัท ไทย ฟู้ดส์ เฟรซ มาร์เก็ต จำกัด (Thai Foods Fresh Market Co., Ltd.) ที่ดำเนินธุรกิจศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภค เพื่อเน้นการเข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น ได้เปิดสาขาแรกในเดือนตุลาคมนี้

ด้านภาพรวมผลการดำเนินงานในงวด 6 เดือนแรกของปี 2563 TFG มีกำไรสุทธิ 1,072.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.38% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 722.67 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ 15,318.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.53% จากงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 14,114 ล้านบาท

โดยปัจจัยที่สนับสนุนให้ผลการดำเนินงานปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจากราคาขายไก่และสุกรอยู่ในระดับที่ดี และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรักษาอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ได้ในระดับที่ดี ตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังสามารถควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

 

ด้านบล.ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” หุ้น TFG  ราคาเป้าหมาย 5.40 บาท/หุ้น โดยฝ่ายวิจัยยังคงประมาณการเดิมคาดกำไรสุทธิปีนี้เพิ่มขึ้น +23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขิ้น +15% อยู่ที่ 60,000 ตัน จากการส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น และอียู รวมถึงจีนที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าจะยอดส่งออกจะได้ผลกระทบ COVID-19

โดยเฉพาะในยุโรปจากปัญหาการขนส่งในช่วงไตรมาส 2/63 แต่สถานการณ์ปัจจุบันเริ่มกลับมาส่งออกได้ตามเป้าหมาย สำหรับต้นทุนอาหารสัตว์โดยเฉพาะกากถั่วเหลืองนำเข้าบริษัทได้มีการล็อกราคาไว้ถึงสิ้นปีนี้แล้ว และราคาข้าวโพดในประเทศบริษัทได้มีการล็อกราคาข้าวโพดอาหารสัตว์ไว้แล้วถึงไตรมาส 3/63

ทั้งนี้ บริษัทยังคงวางงบลงทุนขยายกำลังการผลิต 2,500-3,000 ล้านบาท ในช่วง 2 ปีนี้ จาก 1) ขยายกำลังการผลิตสุกรในประเทศปีนี้เพิ่มขึ้น +10% ปีหน้า +15% และขยายกำลังการผลิตสุกรในเวียดนามเพิ่มเท่าตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 63 2) ขยายโรงงานอาหารสัตว์และขยายธุรกิจ food ไส้กรอก ไปกับช่องทางจำหน่ายของสาขาที่มีอยู่

อย่างไรก็ดี คาดแนวโน้มผลประกอบการช่วง 3 ปียังเติบโตต่อเนื่องจากปริมาณความต้องการเพิ่มขึ้นทั้งเนื้อไก่และสุกรจากผลกระทบโรคระบาดในสุกรที่ประเทศจีนและเพื่อนบ้าน ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 5.40 อ้างอิง PER -0.5STDV ที่ 16 เท่า โดยราคาปัจจุบันมีระดับ PER20F ที่ 12.5X, Dividend Yield 20F อยู่ที่ 2.6%

คำค้น