“ชัยยศ” ชี้ SET ผันผวน แนะสะสมแบงก์-หุ้นพื้นฐานดี รับ Moody’s ปรับมุมมองไทย “Stable”

นายชัยยศ จิวางกูร บล.กรุงศรี ชี้ตลาดหุ้นไทยยังผันผวน แต่หุ้นรายตัวโดยเฉพาะกลุ่มธนาคารยังแข็งแกร่งจากกำไรดีกว่าคาด แนะสะสมหุ้นพื้นฐานดี รับปัจจัยบวก Moody's ปรับมุมมองไทย Stable


นายชัยยศ จิวางกูร ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ประจำวันที่ 22 เมษายน 2569 ว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยมีความผันผวน โดยในปัจจุบันมีความย้อนแย้งระหว่างดัชนีรวมและหุ้นรายตัว โดยดัชนี SET50 Future มีการปรับตัวลดลงซึ่งมีสาเหตุหลักจากการอ่อนตัวของหุ้น Delta Electronics (DELTA) ที่มีความกังวลเรื่องการติดเกณฑ์ Cash Balance และระดับราคา (Valuation) ที่ตึงตัว อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาหุ้นรายตัวอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคาร พบว่ามีทิศทางที่ดีจากการประกาศผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาด

ปัจจัยบวกที่สำคัญคือการที่ Moody’s ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยเป็น “Stable” (มีเสถียรภาพ) ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนทางการเงินของกลุ่มธนาคารและไฟแนนซ์ รวมถึงกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับโครงการ Mega Project สำหรับปัจจัยภายนอก แม้ความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลางจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังเรื่องการเจรจาและการเปิดเส้นทางขนส่งใน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งหากยังคงติดขัดจะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมต่อเนื่องเป็นลูกโซ่

กลุ่มธนาคารและทิศทางผลประกอบการ
กลุ่มธนาคารเป็นแรงหนุนสำคัญ (Support) ให้กับดัชนีตลาดในปัจจุบัน โดยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง โดยเฉพาะกลุ่มเช่าซื้อ เช่น ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP รวมถึงธนาคารใหญ่อย่างธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ประกาศกำไรออกมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดีเกือบทั้งหมด

ปรากฏการณ์หลังขึ้นเครื่องหมาย XD ซึ่งราคาหุ้นกลุ่มธนาคารมีการดีดตัวกลับ (Rebound) ได้อย่างรวดเร็วหลังการจ่ายปันผล ซึ่งไม่ได้เกิดจากรูปแบบราคาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจาก “Earnings” หรือกำไรที่ออกมาดีกว่าที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้

แนวโน้มในอนาคต คาดการณ์ว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารมีโอกาสขยับขึ้นต่อเนื่องตามปัจจัยพื้นฐานของกำไรที่เติบโต

ผลจากการปรับมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Outlook)
การที่ Moody’s อัปเกรดมุมมองความน่าเชื่อถือของไทยสู่ระดับ Stable ส่งผลเชิงบวกต่อตลาดทุนดังนี้

กลุ่มที่ได้รับประโยชน์

กลุ่ม Market Cap ใหญ่: โดยเฉพาะหุ้นในดัชนี SET50

กลุ่มธนาคารและไฟแนนซ์ ได้รับประโยชน์โดยตรงจากต้นทุนทางการเงิน (Funding Cost) ที่ลดลงตามเครดิตของประเทศที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกู้ยืมและออกหุ้นกู้

กลุ่ม ICT และ Mega Projects: กลุ่มรับเหมาและนิคมอุตสาหกรรมที่รอรับอานิสงส์จากโครงการภาครัฐ

ความแตกต่างของสถาบันจัดอันดับ โดยแม้ Moody’s จะปรับมุมมองเป็นบวก แต่ Fitch Ratings ยังคงมุมมอง Negative อยู่ ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการประเมินที่แตกต่างกันของแต่ละสถาบัน และยังไม่สามารถสรุปได้ว่า Fitch จะปรับตามในระยะเวลาอันใกล้หรือไม่

Back to top button