พาราสาวะถี

มีเวลาได้หายใจหายคอไม่กี่วัน วันอาทิตย์นี้ก็มีโจทย์ใหญ่ให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจต้องคิดหนักอีกแล้ว เมื่อคณะราษฎรมีการนัดรวมพลที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเตรียมเดินขบวน เขียนจดหมาย ให้ทุกคนออกมาร่วมกัน ยืนยันว่าประเทศดีได้กว่านี้ และยืนยันใน 3 ข้อเรียกร้องคือ ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชน และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยประเด็นการเขียนจดหมายที่ว่านั่นแหละที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

อรชุน

มีเวลาได้หายใจหายคอไม่กี่วัน วันอาทิตย์นี้ก็มีโจทย์ใหญ่ให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจต้องคิดหนักอีกแล้ว เมื่อคณะราษฎรมีการนัดรวมพลที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ก่อนเตรียมเดินขบวน เขียนจดหมาย ให้ทุกคนออกมาร่วมกัน ยืนยันว่าประเทศดีได้กว่านี้ และยืนยันใน 3 ข้อเรียกร้องคือ ประยุทธ์และองคาพยพต้องออกไป ร่างรัฐธรรมนูญใหม่จากประชาชน และปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยประเด็นการเขียนจดหมายที่ว่านั่นแหละที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน

ละเอียดอ่อนเพราะไม่รู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร ละเอียดอ่อนเพราะฝ่ายเคลื่อนไหวปกป้องย่อมจะออกมาโดยตีความเอาว่าสิ่งที่กลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายนั้นถือเป็นการท้าทาย และก็จะทึกทักตีความกันเอาเองว่ามีการเตรียมการก้าวล่วง เมื่อมีการนัดหมายระดมพลเพื่อขับเคลื่อนออกมาแสดงการต่อต้านฝ่ายนัดชุมนุม ก็อยู่ที่ว่าจะรวมตัวกันจุดไหน และสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดปะทะกันของคนสองฝ่ายหรือไม่ ซึ่งนั่นก็เท่ากับเป็นการเดินเข้าทางของฝ่ายที่จ้องจะรัฐประหาร

อาการของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจวันนี้ ไม่ต่างอะไรไปจากลูกบอลที่ถูกเตะกระเด้งกระดอนไปแบบไร้ทิศทาง ด้านหนึ่งคือผู้ชุมนุมต่อต้าน ส่วนอีกฟากฝั่งหนึ่งนอกจากกองเชียร์ชนิดไม่ลืมหูลืมตาแล้ว จุดที่ท่านผู้นำหวังว่าจะช่วยโอบอุ้ม ค้ำชูให้อยู่ได้นาน ๆ นั้น ก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ เพราะการจะให้โอกาสอยู่ต่อไป มันต้องมาคู่กับผลงานเป็นที่ประจักษ์ด้วย เมื่อไม่มีอะไรเข้าตา มิหนำซ้ำ ยังเข้าข่ายไร้ฝีมืออีกต่างหาก ใครกระเตงไว้ก็ถือว่าเหนื่อยเปล่า ดีไม่ดี จะถูกลากเอาไปเสียคนด้วยอีกต่างหาก

ดังนั้น หากวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ทุกอย่างผ่านพ้นไปโดยไม่มีอะไร ก็ถือว่าผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจจะโล่งใจไปได้อีกเปราะ แต่หากเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองที่ไม่คาดฝันขึ้นมาเสียก่อน ก็ให้ถือว่าเป็นไปตามคำทักของหมอดูที่ทำนายไว้ก่อนหน้า ถ้าท่านผู้นำสามารถประคองตัวเองให้ผ่านพ้นวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้ไปได้ ทุกอย่างก็จะราบรื่น อย่างที่บอกไว้วันก่อน ที่สงบเรียบร้อยของขบวนการคนรุ่นใหม่ไม่ใช่การแผ่วหรือไปต่อไม่ถูก เป็นเพียงการพักรบเพื่อเดินเกมรุกหนักขึ้นต่างหาก

ฟากองคาพยพสืบทอดอำนาจก็คิดว่าตัวเองกุมความได้เปรียบไว้ในมือแล้ว หลังจากที่เห็นมวลชนฝั่งของตัวเองขยับ ประกอบกับการใช้เวทีรัฐสภาฟอกขาว พร้อมกับการคลอดแนวทางเร่งแก้รัฐธรรมนูญ และตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์ ด้วยความมั่นใจเยี่ยงนี้กระมัง มันจึงทำให้เกิดเป็นความกล้าที่จะโพล่งความเห็นออกมาชนิดไม่เกรงอกเกรงใจคนรับสารว่าจะรู้สึกกันอย่างไร แต่โดยสรุปคือเป็นการแสดงออกถึงความไม่จริงใจต่อกระบวนการแก้ปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง

เริ่มตั้งแต่ ไพบูลย์ นิติตะวัน ขู่จะดำเนินการฟ้องร้องคณะกรรมการสมานฉันท์หากบทสรุปออกมาแล้วให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจต้องลาออกถือว่าเข้าข้างม็อบ ขณะที่ สิระ เจนจาคะ ก็ห้าวหนักถึงขั้นกล่าวหาเหยียดหยามอดีตนายกรัฐมนตรี 4 คน ที่ ชวน หลีกภัย ไปทาบทามให้มาร่วมเป็นกรรมการสร้างสมานฉันท์ ประมาณว่าแก่เกินแกงควรจะนำไปดองเค็มได้แล้ว เท่านั้นแหละ ทั้งคู่กลายเป็นตำบลกระสุนตกและเป็นกระจกเงาสะท้อนให้คนเห็นว่าฝ่ายกุมอำนาจมีความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาความขัดแย้งจริงหรือไม่

ด้วยเหตุนี้ในการตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่สนามหลวงของแกนนำของกลุ่มคณะราษฎร จึงประกาศชัดไม่ร่วมสังฆกรรมกับคณะกรรมการที่จะจัดตั้งขึ้นอย่างแน่นอน รวมทั้งไม่ยอมรับกระบวนการดังกล่าวด้วย เหตุผลคือ ปัญหาทั้งปวงของประเทศชาติจะเริ่มต้นแก้ไขไม่ได้เลยหาก พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เพราะการดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศของผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเป็นอุปสรรคประการใหญ่ที่สุดที่ขัดขวางการแก้ไขปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม

โดยคณะราษฎรไม่ได้มองเพียงแค่ว่าผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเป็นตัวปัญหาที่จะขัดขวางการพัฒนาในด้านต่าง ๆ เพียงอย่างเดียว แต่ยังเห็นว่าการดำรงอยู่ในตำแหน่งผู้นำประเทศนั้นปราศจากความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง เพราะท่านผู้นำได้เข้าสู่อำนาจโดยมิชอบตั้งแต่แรก ดังนั้น การจัดตั้งคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์จึงเป็นเพียง การแสดงละครทางการเมืองของฝ่ายรัฐบาล” เพื่อซื้อเวลาให้พลเอกประยุทธ์เพียงเท่านั้น

ท่ามกลางความกังขาและกล่าวหาจากฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ฝ่ายพรรคแกนนำรัฐบาลกลับแสดงออกมาในท่วงทำนองข่มขู่และคัดค้านกระบวนการเกิดขึ้นของคณะกรรมการปรองดองสมานฉันท์เสียเอง เมื่อเป็นแบบนี้จะทำให้คนส่วนใหญ่เชื่อได้อย่างไรว่าการปรองดองสมานฉันท์จะเดินทางไปสู่ความสำเร็จ เมื่อเครือข่ายของขบวนการสืบทอดอำนาจยังอยู่ภายใต้ความเชื่อแบบเดิม บรรดาไอ้ห้อยไอ้โหนทั้งหลายก็แสดงธาตุแท้ออกมาให้เห็นกันแบบนี้ เรื่องที่พร่ำบอกว่ารวมใจไทยสร้างชาตินั้นจึงเป็นข้อเรียกร้องเพียงฝ่ายเดียว

เข้าใจกันได้ คนในเครือข่ายขบวนการสืบทอดอำนาจนั้น คงไม่มีใครยอมให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เพราะการที่แต่ละรายได้เข้ามามีบทบาทและตำแหน่งแห่งหน ชูคอกันอยู่ในเวลานี้ เพราะกลไกที่วางกันไว้โดยองคาพยพของเผด็จการคสช. พอมีใครขยับที่จะปรับเปลี่ยนจึงถูกเล่นงานกันชนิดไม่ฟังเหตุฟังผล โจทย์สำคัญของการแก้ปัญหาวิกฤติที่คงอยู่ มีเพียงผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเท่านั้นที่จะเป็นผู้ปลดชนวน ถ้าไม่เสพติดในอำนาจล้างไพ่เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ซึ่งก็จะเป็นบทพิสูจน์อีกประการของผู้นำเผด็จการที่ชอบพูดประจำว่า ไม่อยากเข้ามา ไม่อยากมีตำแหน่งและไม่ยึดติด

ไม่เพียงแต่เรื่องของความไม่จริงใจต่อกระบวนการสร้างสมานฉันท์เท่านั้น แม้กระทั่งความพยายามที่จะคิดคำถามพ่วงไปกับการเลือกตั้งนายกและสมาชิกอบจ.ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 20 ธันวาคมนี้ โดยยืมมือคณะกรรมการสมานฉันท์มาเป็นตัวขับเคลื่อน ก็ทำให้เห็นแล้วว่า ขบวนการสืบทอดอำนาจนั้นแท้ที่จริงแล้วทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม แฝงไปด้วยกลเกมเพื่อทำให้ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจอยู่ในตำแหน่งให้นานแสนนาน เพื่อที่ทั้งหมดจะได้เสวยสุขกันไม่รู้จบ โดยไม่สนใจว่าชะตากรรมของคนส่วนใหญ่จะเป็นยังไง