ประเทศแรก! ไทยเปิดจองแพ็คเกจ ASQ ผ่าน “อโกด้า” หนุนกัก “โควิด ควบสร้างรายได้-กระตุ้นศก.

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จับมือ อโกด้า เปิดแพลตฟอร์มจองแพ็คเกจโรงแรมสถานกักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก ASQ ผ่าน “อโกด้า” หนุนกัก "โควิด" ควบสร้างรายได้-กระตุ้นศก.และการท่องเที่ยว

นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข เปิดเผยว่า กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ร่วมมือกับ บริษัท อโกด้า เปิดตัวระบบปฏิบัติการ (Platform) จองแพ็คเกจโรงแรมสถานกักกันโรคแห่งรัฐทางเลือก (Alternative State Quarantine (ASQ) packages) ประเทศแรกของโลกที่ใช้แพลตฟอร์มนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการจองโรงแรมสถานที่กักตัวแก่ชาวไทยที่ต้องการเดินทางกลับเข้าประเทศไทย และชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในประเทศไทย ช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการค้นหาเปรียบเทียบแพ็คเกจ ASQ ในประเทศไทย เช่น จำนวนห้องพักที่ว่าง ราคาห้องพัก ประเภทห้องพัก และบริการอื่นๆ เป็นการลดเวลาในการเลือกจองโรงแรมที่ได้รับการรับรองโดยกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ ยังมีบริการที่ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้บริการ มีการแสดงผลมากถึง 39 ภาษา บริการดูแลลูกค้าใน 21 ภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษและจีนบริการ ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง และมีกระบวนการชำระเงินที่สะดวกรวดเร็ว นับเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ สร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบกิจการในทุกระดับ

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ขณะนี้มีโรงแรมที่ได้รับการรับรองเป็น ASQ แล้ว 113 แห่ง สามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศ 1,200 ล้านบาท สำหรับการเปิดตัวแพลตฟอร์ม เบื้องต้นมีสถานประกอบการเข้าร่วมแพ็คเกจ ASQ ให้เลือกรับบริการประมาณ 37 แห่ง และจะขยายเพิ่มจำนวน ASQ และสถานที่ควบคุมโรคทางเลือกในต่างจังหวัด (Alternative Local Quarantine – ALQ) อีกกว่า 100 แห่ง คาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 30,000 ราย และสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มอีกกว่า 1,000 ล้านบาท

ด้านนายจอห์น บราวน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อโกด้า กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีแนวคิดก้าวหน้านำบริษัทที่มีเทคโนโลยีมีความเชี่ยวชาญการจองที่พักนำมาร่วมพัฒนาการเข้าถึงและประสิทธิภาพของแพลตฟอร์มจองแพ็คเกจ ASQ ในแบบดิจิทัล เพื่อให้การดูแลความปลอดภัยด้านสุขภาพแก่ประชาชนในประเทศ และนักเดินทางเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งความร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและองค์กรในลักษณะนี้ ย่อมมีส่วนช่วยให้โครงการอื่นๆ ในอนาคตสามารถดำเนินการไปได้อย่างราบรื่น คุ้มค่า อีกทั้งยังช่วยตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนผู้รับบริการได้อย่างเหมาะสม