DDD เริ่มต้นสู่จุดเปลี่ยน.!?

ต้องยอมรับว่า ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD ในแง่ผลประกอบการถดถอยลงเรื่อย ๆ...จากปี 2560 เคยมีรายได้รวม 1,684 ล้านบาท กำไรสุทธิ 351 ล้านบาท ปี 2561 รายได้รวมลดลงเหลือ 1,304 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิลดฮวบเหลือ 181 ล้านบาท ขณะที่ปี 2562 รายได้รวมเหลือแค่ 796 ล้านบาท และพลิกมาขาดทุนสุทธิ 53 ล้านบาท

สำนักข่าวรัชดา

ต้องยอมรับว่า ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD ในแง่ผลประกอบการถดถอยลงเรื่อย ๆ…จากปี 2560 เคยมีรายได้รวม 1,684 ล้านบาท กำไรสุทธิ 351 ล้านบาท ปี 2561 รายได้รวมลดลงเหลือ 1,304 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิลดฮวบเหลือ 181 ล้านบาท ขณะที่ปี 2562 รายได้รวมเหลือแค่ 796 ล้านบาท และพลิกมาขาดทุนสุทธิ 53 ล้านบาท

ส่วนงวด 9 เดือนแรกปีนี้ มีรายได้รวม 799 ล้านบาท แต่ขาดทุนสุทธิไปแล้ว 34 ล้านบาท…

เอ๊ะ..!! ครีมหอยทากที่เคยเฟื่องฟูในอดีต เมือกกำลังจะแห้งแล้วป๊ะเนี่ย..?

ที่จริง DDD ก็เห็นสัญญาณดังกล่าว จึงพยายามปรับตัวไปลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือ บริษัท โนวา ออร์แกนิค จำกัด (โนวา) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “Donutt” และ “Livnest”

โดยจะเข้าไปถือหุ้น 9% ใช้เงินลงทุนราว 520 ล้านบาท เพื่อหวังสร้างการเติบโตมาจากภายนอก (ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์) มาสู่ภายใน (ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม)…

ดูแล้วก็สอดคล้องกัน เป็นการเติมเต็มสวยภายนอก…มาสู่ภายใน..!!

ก่อนหน้านี้จึงถูกคาดหวังไว้มากว่าจะช่วยหนุนการเติบโตของ DDD…เพราะถ้าไปดูผลประกอบการของโนวาในช่วงที่ผ่านมาถือว่าทำได้ดี เติบโตทั้งรายได้และกำไร โดยปี 2561 มีรายได้ 354 ล้านบาท กำไร 17 ล้านบาท ปี 2562 รายได้เพิ่มเป็น 483 ล้านบาท ส่วนกำไรพุ่งไปแตะ 329 ล้านบาท

แต่สุดท้ายฝันสลาย…ล่าสุดดีลนี้ล่มไม่เป็นท่าไปซะแล้ว จะด้วยเหตุผลประการใด…อันนี้มิอาจทราบได้ แต่ก็คงทำให้ DDD เสียโอกาสทางธุรกิจไปไม่น้อย…

แหม๊…น่าเสียดายจัง…

ก็น่าจับตา DDD ซึ่งเป็นบิวตี้ จะปรับกลยุทธ์ไปสู่สินค้าเพื่อสุขภาพอย่างไรต่อไป…เพราะอย่างที่รู้กันว่า โจทย์ใหญ่ของ DDD นั้น แบรนด์ถูกผูกติดกับคำว่า SNAIL มาตลอด ฉะนั้นตราบใดที่ยังสลัดภาพแบรนด์ออกจากครีมหอยทากไม่ได้ ก็จะทำให้มีข้อจำกัดในการทำตลาด

DDD จะลบภาพจำนี้อย่างไร..?

อีกจุดที่น่าสนใจ เป็นการลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของ “สราวุฒิ พรพัฒนารักษ์”“สราวุฒิ” เป็นซีอีโอที่ไม่ธรรมดา พ่วงตำแหน่งผู้ถือหุ้นใหญ่ DDD สัดส่วน 56.50% ต่อท้ายด้วยน่ะสิ…

ทำให้การปรับโครงสร้างผู้บริหารครั้งนี้ ถูกตั้งคำถามตามมาว่า เกิดอะไรขึ้นกับครีมหอยทากตัวนี้..?

และในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ลาออกจากเก้าอี้ซีอีโออย่างนี้ ในเชิงโครงสร้างผู้ถือหุ้นจะเปลี่ยนแปลงด้วยหรือไม่..?

ก็ไม่รู้ว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นสู่การเปลี่ยนแปลงของ DDD หรือเปล่า..?

อย่าลืมว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้ เคยเกิดขึ้นกับหลาย ๆ บริษัทมาแล้ว…ที่เจ้าของและหุ้นใหญ่มีการขายหุ้นออกมาเรื่อย ๆ จนเหลือถือน้อยลง ซึ่งอาจทำให้ความกระตือรือร้นในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทลดน้อยตามไปด้วย

ก็น่าคิดนะว่า DDD จะเดินซ้ำรอยบริษัทเหล่านั้นหรือเปล่า..?

คงต้องติดตามกันต่อไป…

แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้หลายคนเริ่มกังวลว่าหอยทากตัวนี้อาจจะแห้งตายไปก่อนน่ะสิ…

…อิ อิ อิ…