ORI สดใส

มีการประเมินต่อ ORI ว่ายังมีความสดใส ท่ามกลางประเด็นบวกสำคัญเช่น ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 64 จะกลับมาเติบโตเ ขณะที่บริษัทตั้งเป้า presales เติบโตไม่ต่ำกว่า 10%

คุณค่าบริษัท

มีการประเมินต่อ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI ว่ายังมีความสดใส ท่ามกลางประเด็นบวกสำคัญดังต่อไปนี้

1) ORI ประเมินตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2564 จะกลับมาเติบโตเพิ่มขึ้น 15% ดีขึ้นจากปี 2563 ที่คาดว่าจะปรับตัวลดลง 15-18% โดยประเมินว่าคอนโดฯ จะกลับมาฟื้นตัวได้ดีกว่าแนวราบ มีสมมติฐานจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาด COVID-19 ไม่ให้รุนแรงได้ ซึ่งปัจจุบันในแง่ของยอด walk in และ presales ยังไม่เห็นผลกระทบมากนัก

2) ORI ตั้งเป้าหมาย presales ปี 2564 ในเบื้องต้นว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% จากปี 2563 ที่ประเมินว่าจะอยู่ที่ 2.5 – 2.6 หมื่นล้านบาท ซึ่ง presales ในปี 2563 ยังใกล้เคียงกับที่คาด แต่มากกว่าเป้าหมายที่ ORI ตั้งไว้ที่ 2.15 หมื่นล้านบาท

3) ORI มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2564 จะเพิ่มขึ้นเป็น 2 หมื่นล้านบาท (แบ่งเป็นคอนโดฯ 50%, แนวราบ 50%) เพิ่มขึ้นจากปี 2563 ที่เปิด 1.32 หมื่นล้านบาท (คอนโดฯ 53%, แนวราบ 47%)

4) ประเมินสัดส่วนยอด presales จากต่างชาติในปี 2564 จะเพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปี 2563 ที่ 2-3% โดยจะมาจากฮ่องกงเป็นหลัก เนื่องจากมีสถานการณ์ที่ไม่สงบในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จึงมีความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในต่างประเทศมากขึ้น และคาดว่ายอดขายจาก CLMV จะเพิ่มขึ้น

ขณะที่ทางนักวิเคราะห์ บล.เคทีบี ยังคงประเมินกำไรสุทธิไตรมาส 4/2563 จะยังคงโดดเด่นและสูงสุดของปี เนื่องจากจะมีคอนโดฯ ใหม่เริ่มโอนมากขึ้นเป็น 6 โครงการ

พร้อมกับประเมินกำไรสุทธิปี 2563 ที่ 2.85 พันล้านบาท ลดลง 6% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไรปกติจะอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% จากงวดเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ประเมินไปยังปี 2564 โดยกำไรปกติที่ 3.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ยังคงเติบโตดีกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่เพิ่มขึ้น 18% จากงวดเดียวกันของปีก่อน จาก backlog ที่รอโอนปี 2564 ที่สูงถึง 66% จากยอดโอนที่เราประเมินแล้ว ซึ่งจะมีคอนโดฯ ใหม่เริ่มโอน 8 โครงการ โดยโครงการ highlight ได้แก่ Park Origin ทองหล่อ (JV) มูลค่าโครงการสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่มีขนาดใหญ่สุดของ ORI ขายได้แล้ว 74% เริ่มโอนไตรมาส 4/2564 และ Park Origin พญาไท มูลค่าโครงการ 4.6 หมื่นล้านบาท ขายได้แล้ว 75% รวมถึงรายได้จากโครงการแนวราบจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการเปิดโครงการใหม่มากขึ้น

ทั้งนี้ จากแนวโน้มกำไรที่จะสดใส โดยมีงานในมือ (backlog) ที่สูง และจะมีคอนโดฯ ใหม่เริ่มโอนมากขึ้น ด้านกำไรปกติปี 2563-2564 จะเติบโตได้ดีกว่ากลุ่ม ขณะที่ valuation ยังถูกสุดในกลุ่ม โดยเทรด PER ปี 2564 ที่ 6.2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 10.2 เท่า ประเมินราคาเป้าหมาย 10.00 บาท แนะนำ “ซื้อ”

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. นายพีระพงศ์ จรูญเอก 693,606,354 หุ้น 28.28%
  2. นางอารดา จรูญเอก 466,272,556 หุ้น 19.01%
  3. นายสมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล 135,000,000 หุ้น 5.50%
  4. บริษัท ทุนพีรดา จำกัด 115,500,000 หุ้น 4.71%
  5. ด.ช.พีระ จรูญเอก 101,639,959 หุ้น 4.14%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายลักษณะน้อย พึ่งรัศมี ประธานกรรมการ, กรรมการอิสระ
  2. นายนิวัติ ลมุนพันธ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นายพีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร, กรรมการ
  4. นายเมธา จันทร์แจ่มจรัส กรรมการ
  5. นางอารดา จรูญเอก กรรมการ