“ทริส” คงอันดับเครดิต KTC ระดับ “AA” แนวโน้ม Stable ชูกำไรแกร่ง-คุม NPL อยู่หมัด

ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ของ KTC ที่ “AA” แนวโน้ม “Stable” สะท้อนธุรกิจแกร่ง กำไรสุทธิปี 68 โตต่อเนื่อง คุม NPL ต่ำเพียง 1.8% รวมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดใหม่ 13,000 ล้านบาท ที่ระดับเดียวกัน


ทริสเรทติ้ง (TRIS Rating) ประกาศคงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ที่ระดับ “AA” พร้อมด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” รวมทั้งคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบัน และจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 13,000 ล้านบาท ที่ระดับเดียวกัน โดย KTC จะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ไปใช้ในการชำระหนี้และสนับสนุนการขยายธุรกิจในระยะต่อไป

ทริสเรทติ้งระบุว่า อันดับเครดิตของ KTC ได้รับการสนับสนุนจากสถานะการเป็น “บริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์” ของ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ซึ่งถือหุ้นในสัดส่วน 49.3% และให้การสนับสนุนแก่ KTC อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านเงินทุน ช่องทางการตลาด และการดำเนินธุรกิจ โดย KTC ถือเป็นหน่วยธุรกิจหลักด้านสินเชื่อผู้บริโภคของกลุ่ม KTB ซึ่งครอบคลุมทั้งธุรกิจบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน

ทางด้านผลการดำเนินงาน ทริสเรทติ้งประเมินว่า KTC มีสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งมาก จากความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและส่วนแบ่งตลาดท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา KTC มีกำไรสุทธิ 7,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดลูกหนี้บัตรเครดิตเพิ่มขึ้นเป็น 14.4% และปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเติบโต 4% ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมที่อยู่ระดับเพียง 0.7% นอกจากนี้ จำนวนบัตรเครดิตในระบบยังเพิ่มขึ้น 6% สวนทางกับภาพรวมของอุตสาหกรรมที่หดตัวลง สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของ KTC ในการรักษาฐานลูกค้าเดิมและการขยายไปยังกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ (Gen Z) อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังมีโครงสร้างรายได้ที่สมดุล โดยมีรายได้จากค่าธรรมเนียมคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 22–23% ของรายได้รวมทั้งหมด

สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2569 นั้น KTC ตั้งเป้าหมายที่จะออกบัตรเครดิตใหม่ประมาณ 250,000 ใบ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มลูกค้ารายได้สูง ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ เพื่อเพิ่มการกระจายตัวของพอร์ตสินเชื่อ นอกจากนี้ KTC ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาธุรกิจนายหน้าประกันภัยเพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ โดยอาศัยแพลตฟอร์มดิจิทัลและการวิเคราะห์ข้อมูลเข้ามาช่วยเสริมศักยภาพการเติบโตในระยะยาว ทางด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม โดย ณ สิ้นปี 2568 อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ระดับ 1.8% ซึ่งลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

ทริสเรทติ้งระบุในตอนท้ายว่า แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” สะท้อนมุมมองที่ว่า KTC จะยังคงสามารถรักษาความแข็งแกร่งด้านการดำเนินงาน ความสามารถในการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ และสามารถรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจและระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงก็ตาม

Back to top button