จุดขายหุ้น ?

*หลังจากดัชนีแสดงอาการไปไม่สุดให้เห็น “โมนิก้า” ก็คิดได้ทันทีว่า น่าจะถึงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปรับฐานอย่างจริงจังเสียที และกลุ่มหุ้นที่จะโดนเขย่าหนักก็หนีไม่พ้นบลูชิพอย่างแน่นอน จึงอยากให้แฟนคลับลองสำรวจต้นทุนของหุ้นที่มีอยู่ในพอร์ตสามารถทนแรงกระแทกได้เยอะขนาดไหน ? หากไม่แน่ใจอาจใช้วิธีแบ่งขายออกไปครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนนะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

*หลังจากดัชนีแสดงอาการไปไม่สุดให้เห็น “โมนิก้า” ก็คิดได้ทันทีว่า น่าจะถึงเวลาที่ตลาดหุ้นไทยปรับฐานอย่างจริงจังเสียที และกลุ่มหุ้นที่จะโดนเขย่าหนักก็หนีไม่พ้นบลูชิพอย่างแน่นอน จึงอยากให้แฟนคลับลองสำรวจต้นทุนของหุ้นที่มีอยู่ในพอร์ตสามารถทนแรงกระแทกได้เยอะขนาดไหน ? หากไม่แน่ใจอาจใช้วิธีแบ่งขายออกไปครึ่งหนึ่ง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการลงทุนนะคะ

*ยิ่งโพลหลายสำนักพูดตรงกันว่า บริเวณแนวต้าน 1,550 จุด ยังเป็นจุดที่ฝ่าขึ้นยาก ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนเป็นทวีคูณ เพราะยังไม่มีสตอรี่เด็ดที่ทำให้ตลาดหุ้นไทยยืนหยัดอย่างแข็งแกร่ง หรือแม้กระทั่งการวิ่งขึ้นมาเที่ยวนี้ก็เป็นผลมาจากเงินทุนไหลเข้าล้วน ๆ เดี๊ยนเลยมองการทรุดตัวลงมายืนปิดที่ 1,535.98 จุด ลบไป 11.33 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 9.72 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นการเตือนให้รู้ว่า กรอบเล่นมีจำกัดเจ้าค่ะ

*วานนี้ถึงเห็นหุ้นบลูชิพหลายตัวเริ่มถูกขายออกมาเรื่อย ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็มีหุ้นบลูชิพบางตัวบวกสวนภาวะตลาดได้อย่างเร้าใจ “โมนิก้า” จึงต้องออกโรงชี้ให้เห็น “โอกาส” และ “อุปสรรค” ของการลงทุนต่อจากนี้ และเม้าท์ถึงหุ้นหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นหุ้นเติบโต หุ้นปันผล หุ้นเทิร์นอะราวด์ หรือแม้แต่หุ้นเล็กพริกขี้หนู เพราะรูปแบบการลงทุนไม่จำกัดวงแค่หุ้นใหญ่เพียงอย่างเดียวนะจ๊ะ

*เหมือนกับการพูดถึงหุ้นร้อน DELTA เพื่อชี้ให้เห็นอาการวิปริตของราคาหุ้น จนทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่า สมควรที่จะโดนลงแส้ให้หนัก เพราะพฤติกรรมที่แสดงออกมาเหมือนไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงต้องเตะสกัดทุกรูปแบบเพื่อให้รู้ว่า ไผเป็นไผ ! “โมนิก้า” เลยไม่รู้สึกเสียใจที่เห็นราคาหุ้นทรุดลงมาปิด 630 บาท ลบไป 70 บาท หรือลงไป 10% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.95 พันล้านบาท เพราะแม็กสุดของหุ้นควรอยู่แค่ 150 บาทนะนายจ๋า !

*ส่วนรายที่ทำท่าจะจบรอบก่อนเวลาอันควรอย่าง THCOM กลายเป็นช็อตที่ทำให้ “โมนิก้า” ต้องตื่นตัวมากเป็นพิเศษ เพราะหุ้นทำท่าจะไปสวย ๆ แถมเกจิอาจารย์ดังก็สำทับเพิ่มเติมว่า น่าเล่น ! แต่หุ้นกลับแสดงอาการเป๋สุด ๆ ก่อนจะไหลลงมาปิดที่ 9.15 บาท ลบไป 0.35 บาท หรือลงไป 3.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 133 ล้านบาท มันหมายความว่า ถึงเวลาต้องแยกวงแล้วหรือเปล่า ?..อิอิอิ

*สำหรับคนที่อยากจะวัดใจกับหุ้นยางมะตอย TASCO ก็ควรอ่านใจกองทุนให้ออกตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะหลายคนยังกังวลกับสถานการณ์ของธุรกิจจะดีจริงไหม ? รวมทั้งอาการนิ่งสงบเป็นเวลาสองเดือนครึ่ง จู่ ๆ กระตุกขึ้นมาปิดที่ระดับ 21.10 บาท บวกไป 2 บาท หรือขึ้นไป 10.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.70 พันล้านบาท ย่อมทำให้บางคนถึงมีความรู้สึกออกไปในทางลากไปเชือดมากกว่านะคะ

*ประเด็นดังกล่าวช่างตรงกันข้ามกับ CPALL เพราะอาจารย์ดังของสำนักต่าง ๆ เห็นไปในทางเดียวกันว่า ต้องเล่น ! พร้อมกับมีการวางเป้าด้านบนไว้สูง “โมนิก้า” จึงอยากให้แฟนคลับประเมินราคาปิดที่ 59.50 บาท บวกไป 1.75 บาท หรือขึ้นไป 3% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 3.78 พันล้านบาท ยังเป็นช็อตที่น่าเล่นจริงไหมเอ่ย ? หลังหุ้นเพิ่งขยับขึ้นแรงวันแรก และมีการจินตนาการต่อไปว่า วันนี้จะไปอีก !..มันชัวร์ หรือ มั่วนิ่ม พะยะค่ะ

*เหมือนกับอาการดี๊ด๊าของหุ้น WORK ที่เกิดขึ้นวานนี้ กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” ประหลาดใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะของมันเห็นกันทนโท่ว่า วงการทีวียังอยู่ในช่วงถดถอย โฆษณาส่อมีปัญหาตั้งแต่เปิดศักราชใหม่ เดี๊ยนจึงไม่สามารถอธิบายการวิ่งขึ้นของหุ้นมาปิดที่ 18.40 บาท บวกไป 1.40 บาท หรือขึ้นไป 8.25% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 288 ล้านบาท ท่ามกลางค่า P/E ปูดไปถึง 80 เท่าได้นะซี

*ส่วนรายที่น่าตามลุ้นต่อ “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น ICHI หลังผลงานปีที่ผ่านมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ จึงต้องลุ้นกันกันอีกยกหนึ่งว่า ปี 64 จะทำผลงานได้ปังปุริเย่กว่าปี 63 ไหม ? เดี๊ยนจึงไม่ขอออกความเห็นเกี่ยวกับการขึ้นมาปิดที่ 11.50 บาท บวกไป 1.30 บาท หรือขึ้นไป 12.75% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.01 พันล้านบาท เพราะเป็นเรื่องเร็วเกินไปที่จะบอกว่า ของเขามาดีจริง ? งานนี้คงทำได้เพียงแค่คอยเงี่ยหูฟัง “เสี่ยตัน” จะแถลงแผนการเติบโตในปีนี้อย่างไรเจ้าค่ะ