SONIC พุ่ง 5% ทะลุ 1.90 บ. ทำ “ออลไทม์ไฮ” รับกำไร Q4/63 แข็งแกร่ง-แนวโน้มปี 64 โตต่อ

SONIC พุ่ง 5% ทะลุ 1.90 บ. ทำ "ออลไทม์ไฮ" รับกำไร Q4/63 แข็งแกร่ง-แนวโน้มปี 64 โตต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท โซนิค อินเตอร์เฟรท จำกัด (มหาชน) หรือ SONIC ณ เวลา 15.10 น. อยู่ที่ 1.90 บาท บวก 0.10 บาท หรือ 5.56% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 85.78 ล้านบาท ราคาปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดนับตั้งแต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ บล.โกลเบล็ก แนะนำ “ซื้อ” SONIC ราคาเป้าหมาย 2.46 บาท/หุ้น คาดกำไรไตรมาส 4/2563 ราว 16.6 ลบ. +25% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน +44% จากไตรมาสก่อน ทำ New High รายไตรมาส โดยคาดการณ์รายได้จากการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/2563 ราว 330 ลบ. +12% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน  +10% จากไตรมาสก่อน ดีขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจ ตามสถานการณ์การส่งออกที่มีแนวโน้มดีขึ้นจากการเข้าสู่ช่วง High Season ประกอบกับเร่งตัวขึ้นหลังผ่านช่วง Lockdown ซึ่งไม่สามารถส่งออกสินค้าได้ โดยคาดโมเมนต์ตัมดังกล่าวจะยังคงดีต่อเนื่องในช่วงไตรมาส 4/2563 ถึงไตรมาส 1/2564

ประกอบกับ ค่าระวางเรือที่ปรับดีขึ้นเฉลี่ยราว 30% จากไตรมาสก่อน  ช่วยหนุนกลุ่มธุรกิจหลักให้บริการจัดการขนส่งสินค้าทางเรือ (Sea Freight) ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ราว 65% ขณะที่ %GPM ทรงตัวในระดับสูงซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ระดับ 21% และปรับดีขึ้นจากไตรมาส 4/2562 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 20.6% จากความต้องการใช้เรือเพื่อขนส่งที่อยู่ในระดับสูง ส่วน %SG&A/Sales ปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าจาก 15.8% ลดลงสู่ระดับ 15% ตามสัดส่วนรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้คาดงวดไตรมาส 4/2563 บริษัทมีกำไรสุทธิราว 16.6 ลบ. +25% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน +44% จากไตรมาสก่อน และเป็นกำไรซึ่งทำ New High รายไตรมาส และส่งผลให้ทั้งปี 63 บริษัทมีรายได้รวมและกำไรสุทธิราว 1,255 ลบ. +9% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน และ 48 ลบ. +3.4% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามลำดับ

ทั้งนี้ธุรกิจใหม่ปล่อยสินเชื่อรถหัวลากให้กับพันธมิตรมีศักยภาพเติบโตดี: ธุรกิจใหม่ในการปล่อยสินเชื่อรถหัวลากให้กับพันธมิตร มีแนวโน้มดีขึ้นจากปีก่อนซึ่งเริ่มให้บริการตั้งแต่ไตรมาส 2/2563 ไตรมาส 4/2563 มีรถที่ให้สินเชื่อจำนวน 8 คัน มูลค่าสินเชื่อราว 30 ลบ. ล่าสุด SONIC เพิ่งจับมือกับ HINO (ตัวแทนจำหน่ายรถ) เมื่อ 11 ธ.ค. 63 เพื่อให้สินเชื่อกับพันธมิตรโดยปัจจุบันมีความต้องการขอสินเชื่อแล้วจำนวน 35 คัน มูลค่าสินเชื่อราว 130 ลบ. NIM ราว 4% ซึ่งจะเริ่มทยอยส่งมอบตั้งแต่ปลายเดือน ก.พ. จนถึงกลางปี 64 คาดจะช่วยเพิ่มรายได้ของบริษัทในปี 2564 อีกราว 4.6 ลบ. (รวมในประมาณการแล้ว) แต่ยังมีอัพไซต์จากการปล่อยสินเชื่อได้เพิ่มเติม

โดยบริษัทมีเป้าหมายการปล่อยสินเชื่อภายใน 2 ปี (2564-65) ราว 200 คัน และ 500 คัน ภายใน 3 ปี (2564-66) โดยใช้แหล่งเงินทุนสนับสนุนธุรกิจใหม่จากเงินทุนหมุนเวียนและสถาบันการเงิน โดยงวดไตรมาส 3/2563 บริษัทมีหนี้สินต่อทุน (D/E ratio) เท่ากับ 0.45 ซึ่งยังมีความยืดหยุ่นสูงในการขอวงเงินกู้เพิ่มเติม

ทั้งนี้ คาดแนวโน้มผลประกอบการปี 64 เติบโตราว 35%: คาดแนวโน้มรายได้รวมจะเติบโตสู่ 1,506 ลบ. +20% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน เติบโตตามภาคการส่งออกที่เห็นทิศทางการฟื้นตัวหลังผ่านพ้นช่วง Lockdown ประกอบกับทั่วโลกเริ่มฉีดวัคซีนส่งผลให้สถานการณ์ COVID-19 บรรเทาลง ขณะที่ สมมติฐาน %GPM จะปรับดีขึ้นสู่ 21% (จากทั้งปี 63F ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 20.2% แต่ใกล้เคียงกับงวดไตรมาส 4/2563 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 21.2%) เนื่องจากดีมานต์การขนส่งที่เร่งตัวขึ้น และปริมาณเรือขนส่งที่น้อยลง ส่งผลให้เราคาดการณ์กำไรสุทธิราว 65 ลบ. +35% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน

โดยเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ ซื้อ ราคาเหมาะสม 2.46 บาท: ประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี Prospective PER ณ ระดับค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมย้อนหลัง 2 ปี ที่ 20.9 เท่า ซึ่งต่ำกว่าปัจจุบันซึ่งซื้อขายอยู่ที่ระดับ 25.6 เท่า (+1.5SD) (Figure 4) ทั้งนี้ประมาณกำไรสุทธิต่อหุ้นปี 64 ราว 0.12 บาท/หุ้น คำนวณได้ราคาเหมาะสมที่ 2.46 บาท ซึ่งมี Upside จากราคาปัจจุบัน จึงเริ่มต้นด้วยคำแนะนำ ซื้อ

 

 

คำค้น