“แก๊งเจมาร์ท” แรง 3 วันติด! จับตากำไร “นิวไฮ” 5 ปี โบรกชูเป้า 27.50 บ.

“แก๊งเจมาร์ท” แรง 3 วันติด! จับตากำไร “นิวไฮ” 5 ปี โบรกชูเป้า 27.50 บ.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ เวลา 10.05 น. ราคาหุ้น บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART อยู่ที่ระดับ 25 บาท บวก 0.30 บาท หรือ 1.21% สูงสุดที่ระดับ 25.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 24.90 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 103.42 ล้านบาท

ด้านบริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT อยู่ที่ระดับ 40 บาท บวก 0.50 บาท หรือ 1.27% สูงสุดที่ระดับ 40.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 39.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 47.31 ล้านบาท

ขณะที่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER อยู่ที่ระดับ 32.75 บาท บวก 1 บาท หรือ 3.15% สูงสุดที่ระดับ 33 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 32.50 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 48.15 ล้านบาท

เช่นเดียวกับ บริษัท เจเอเอส แอสเซ็ท จำกัด (มหาชน) หรือ J อยู่ที่ระดับ 3.04 บาท บวก 0.48 บาท หรือ 18.75% สูงสุดที่ระดับ 3.14 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 2.66 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 66.51 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ MBKET ระบุว่า สำหรับเจมาร์ทได้มีมุมมองบวกต่อประเด็นการเข้ามาร่วมทุนของ KB Kookmin Card และเป็นหนึ่งในพัฒนาการสำคัญของบริษัทในปีนี้ ที่จะเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรที่ตลาดมองไว้ โดย JFintech จะมีเงินทุนเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคล และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำได้ นอกจากนี้คาดบริษัทจะบันทึกกำไรพิเศษราว 200 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564 ยังคงแนะนำ “ซื้อ”

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KGI เผยว่า เป้า Consensus ของ JMART อยู่ที่ 27.50 บาท ประเมินแนวรับ 22.2 บาท และแนวต้าน 23.5-24.0 บาท และประเมิน Sentiment บวกจากประเด็นการปิดดีลร่วมทุนระหว่าง บ.ลูก เจฟินเทค กับ บ. KB Kookmin Card สถาบันการเงินของเกาหลีใต้ โดยแนวโน้มผลการดำเนินงานปีนี้ของ JMART นอกจากเจฟินเทคแล้ว จะถูกหนุนด้วยบริษัทลูกคือ JMT และ SINGER ด้วย

อนึ่ง นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART กล่าวว่า การเข้ามาร่วมทุนของ KB Kookmin Card ในครั้งนี้ จะสนับสนุนให้กลุ่มเจมาร์ททำออลไทม์ไฮต่อเนื่อง 5 ปี (ปี 2564-2568) เพราะต้นทุนที่ต่ำลง ประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เทคโนโลยีดี ช่องทางมากขึ้น ทีมงานไม่มีปัญหา ในส่วนของความเสี่ยงที่กลุ่มเจมาร์ทได้จัดการไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของต้นทุน ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ชัดเจนมากที่สุด ขณะที่เทคโนโลยีก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง แต่ KB Kookmin Card มีมาตรฐานระดับโลกอยู่แล้ว

ทั้งนี้ KB Kookmin Card ได้ตั้งเป้าหมายให้เจฟินเทค คือ พอร์ตไซส์จะเพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวในปีนี้ น่าจะอยู่ที่ 6,000 ล้านบาท และ 10,000 ล้านบาทในปี 2565 นอกจากนี้ ยังตั้งเป้าหมายให้เจฟินเทค เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยหวังให้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของผู้ให้บริการประเภทเดียวกัน แต่ส่วนตัวตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นอันดับ 1 แต่ก็ต้องใช้เวลา

ขณะที่ในส่วนของธุรกิจบัตรเครดิตที่ KB Kookmin Card ถนัดนั้น จะทำในรูปแบบของบัตรเครดิตในมือถือ โดยจะประยุกต์เทคโนโลยีใหม่ให้เข้าไปอยู่ในมือถือ ซึ่งสามารถขอทำธุรกิจนี้ได้เลย

คำค้น