
CBG โบรกชี้กำไรปี 69 แตะ 2.89 พันล้าน โต 2% ชูเป้า 50 บาท
CBG โบรกคาดกำไรปกติปี 69 อยู่ที่ 2.89 พันลบ. โต 2% แม้ต้นทุนอลูมิเนียมพุ่งกดดันต้นปี คาดต่างประเทศฟื้นช่วยหนุน พร้อมคงราคาเป้าหมาย 50 บาท
บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (23 ก.พ.69) ว่า ว่าผลประกอบการไตรมาส 4/2568 ของ บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG มีกำไรสุทธิ 142 ล้านบาท ลดลง 76.9% จากไตรมาสก่อน และลดลง 81.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการด้อยค่าความนิยมของบริษัทย่อย คาราบาว โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียวและไม่ใช่เงินสดจำนวน 518 ล้านบาท จะมีกำไรปกติอยู่ที่ 660 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 15.7% จากปีก่อน ใกล้เคียงประมาณการรายได้รวมเพิ่มขึ้น 2.6% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 5.6% จากปีก่อน
โดยการเติบโตแบบไตรมาสต่อไตรมาสได้รับแรงหนุนจากรายได้จัดจำหน่ายแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น 2.8% และรายได้ธุรกิจผลิตบรรจุภัณฑ์สำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 98.6% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 85.1% จากปีก่อน ส่งผลให้สัดส่วนรายได้ธุรกิจดังกล่าวเพิ่มเป็น 7.3% จาก 3.7% ในไตรมาส 4/2567
ในทางกลับกัน รายได้เครื่องดื่มชูกำลังลดลง 4.3% จากไตรมาสก่อน และลดลง 19.9% จากปีก่อน เนื่องจากรายได้ส่งออกหดตัว 6.5% จากไตรมาสก่อน และลดลง 51.0% จากปีก่อน โดยตลาด CLMV ลดลง 52.5% จากปีก่อน แม้ฟื้นตัว 8.7% จากไตรมาสก่อน ขณะที่ตลาดประเทศอื่น เช่น สหราชอาณาจักร, เยเมน และ อัฟกานิสถาน ลดลงทั้งเมื่อเทียบไตรมาสก่อนและปีก่อน ส่วนรายได้ในประเทศเพิ่มขึ้นเพียง 1.1% จากปีก่อน และลดลง 3.6% จากไตรมาสก่อน ต่ำกว่าคาดการณ์
โดยอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 26.1% ฟื้นจาก 25.6% ในไตรมาส 3/2568 แต่ลดลงจาก 26.7% ในไตรมาส 4/2567 เนื่องจากสัดส่วนรายได้ส่งออกลดลง โดยอัตรากำไรธุรกิจหลักเครื่องดื่มชูกำลังเพิ่มขึ้น 0.8% จากไตรมาสก่อนเป็น 40.9% และธุรกิจรับจ้างผลิตบรรจุภัณฑ์เพิ่มขึ้น 8.7% เป็น 35.8%
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (ไม่รวมด้อยค่า) ลดลง 1.0% จากไตรมาสก่อน และลดลง 1.7% จากปีก่อน ทำให้อัตราส่วน SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 11.6% ลดลงจาก 12.0% ในไตรมาสก่อน แต่สูงกว่า 11.1% ในช่วงเดียวกันปีก่อน
ทั้งปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 2.32 พันล้านบาท ลดลง 18.4% จากปีก่อน หากไม่รวมรายการด้อยค่า จะมีกำไรปกติ 2.84 พันล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน
ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองระมัดระวังต่อแนวโน้มกำไรปกติไตรมาส 1/2569 ซึ่งอาจลดลงทั้งจากไตรมาสก่อนและปีก่อน เนื่องจากคาดว่ารายได้ในประเทศจะอ่อนตัวตามฤดูกาล ทั้งธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ รวมถึงแรงกดดันต้นทุนจากราคาอลูมิเนียมเฉลี่ยช่วงต้นไตรมาส 1/2569 ที่เพิ่มขึ้น 10% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 19.3% จากปีก่อน อยู่ที่ 3,131 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 16 ไตรมาส
อย่างไรก็ดี คาดว่ารายได้ต่างประเทศจะทยอยฟื้นตัว โดยเฉพาะตลาด พม่า หลังเริ่มดำเนินงานโรงงานในไตรมาส 4/2568 และติดตามรายได้ใน กัมพูชา ภายหลังเริ่มรับจ้างผลิตเครื่องดื่มชูกำลังให้ลูกค้า OEM ตั้งแต่ปลายเดือนธันวาคม
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ยังคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 2.89 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน พร้อมคงราคาเป้าหมายที่ 50 บาทต่อหุ้น
ด้านเงินปันผล บริษัทประกาศจ่ายปันผลงวดครึ่งหลังปี 2568 หุ้นละ 0.60 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 1.3% เมื่อรวมกับเงินปันผลครึ่งปีแรกที่จ่าย 0.70 บาท ส่งผลให้ทั้งปีจ่ายรวม 1.30 บาทต่อหุ้น

