
ส่งออก ม.ค.69 โต 24.4% ขยายตัวนิวไฮรอบ 4 ปี มูลค่าแตะ 9.8 แสนล้านบาท
สนค. กระทรวงพาณิชย์ เผยส่งออกไทยเดือนมกราคม 2569 ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 รับแรงหนุนสินค้าอุตสาหกรรมและอิเล็กทรอนิกส์ตามกระแสเทคโนโลยี AI ดันมูลค่าส่งออกแตะ 9.8 แสนล้านบาท สูงสุดนับตั้งแต่ปลายปี 2564
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (23 ก.พ.69) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของประเทศไทยในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 980,744 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 24.4 เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 โดยอัตราการขยายตัวดังกล่าวถือว่าสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2564 ถึงเดือนมกราคม 2569 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย การส่งออกจะขยายตัวร้อยละ 20.9

นายนันทพงษ์ ระบุว่า การส่งออกของไทยขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และส่วนประกอบ ยังคงขยายตัวในระดับสูง สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค

ในส่วนของสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป อาทิ ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ และกุ้งแช่แข็ง เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีในเดือนนี้ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการบริโภคที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
สำหรับมูลค่าการค้ารวมในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนมกราคม พ.ศ. 2569 การส่งออกมีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 24.4 การนำเข้ามีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 29.4 ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 3,303.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในรูปเงินบาท การส่งออกมีมูลค่า 980,744 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 13.3 การนำเข้ามีมูลค่า 1,097,445 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 17.8 ส่งผลให้ดุลการค้าขาดดุล 116,700 ล้านบาท
มูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร หดตัวร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินค้าเกษตรหดตัวร้อยละ 1.8 ต่อเนื่อง 6 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัวร้อยละ 1.7
อย่างไรก็ตาม สินค้าสำคัญที่ขยายตัว ได้แก่ ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง ขยายตัวร้อยละ 53.4 ไก่แปรรูป ขยายตัวร้อยละ 4.4 อาหารสัตว์เลี้ยง ขยายตัวร้อยละ 8.2 ผลไม้กระป๋องและแปรรูป ขยายตัวร้อยละ 14.7 ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ขยายตัวร้อยละ 21.6 และกุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง ขยายตัวร้อยละ 39.3
ขณะที่สินค้าสำคัญที่หดตัว ได้แก่ ยางพารา หดตัวร้อยละ 19.3 ข้าว หดตัวร้อยละ 23.9 อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป หดตัวร้อยละ 9.4 และน้ำตาลทราย หดตัวร้อยละ 36.5
ด้านการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 29.8 ต่อเนื่อง 22 เดือน โดยสินค้าหลักที่ขยายตัว ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 68.2 เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 195.4 รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 9.8 แผงวงจรไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 10.9 หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ ขยายตัวร้อยละ 32.2 และแผงสวิตช์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า ขยายตัวร้อยละ 43.6
ส่วนสินค้าที่หดตัว ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ และเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งยังได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ในบางตลาดหลักที่ชะลอตัวลง

