หุ้นเล็กโชว์พาว

เมื่อสัปดาห์ก่อน “โมนิก้า” มัวยุ่งกับหุ้นใหญ่ที่มีประเด็นร้อนเป็นเวลาหลายวัน เลยไม่มีโอกาสเม้าท์ถึงหุ้นเล็กที่เป็นทางเลือกในการเคาะขวารัวๆ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* เมื่อสัปดาห์ก่อน “โมนิก้า” มัวยุ่งกับหุ้นใหญ่ที่มีประเด็นร้อนเป็นเวลาหลายวัน เลยไม่มีโอกาสเม้าท์ถึงหุ้นเล็กที่เป็นทางเลือกในการเคาะขวารัวๆ จึงขอใช้พื้นที่ตรงนี้สำหรับการเม้าท์แบบจัดเต็มในทุกมิติ หลังมูลค่าการซื้อขายของหุ้นเล็กบางตัวเยอะกว่าหุ้นที่อยู่ในเซ็ทเสียอีก จึงเป็นโอกาสดีที่จะใช้เวทีแห่งนี้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มีต่อหุ้น “จิ๋วแต่แจ๋ว” ไงหล่ะตัวเอง!

* อ้อ!..ที่สำคัญคือหุ้นเล็กเหล่านั้นยังปลอดแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งเป็นการเปิดช่องให้เหล่าขาลุยสะท้านบูลิ้มยัดเกียร์ห้าเดินหน้าสุดซอยกันไปเลย ประจวบกับเป็นจังหวะของการประกาศงบปี 63 “โมนิก้า” ถึงมองสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยในยามนี้เป็นลักษณะเล่นตามน้ำกันไปเลย และไม่ต้องกังวลประเด็น sell on fact จะทำให้หุ้นเสียทรงก่อนเวลาอันควรหรอกนะจ๊ะ

* เนื่องจากยังมีเรื่องเงินปันผลเป็นตัวค้ำยันราคาหุ้นในกระดาน ผนวกกับผลงานในช่วงครึ่งทางของไตรมาส 1 ปี 64 ยังอยู่ในทรงที่ดี จึงเชื่อว่า หุ้นเล็กจะเป็นทางเลือกในการลงทุนที่สุดติ่งกระดิ่งแมวอย่างแน่นอน และการที่ดัชนียืนปิดที่ระดับ 1,496.61 จุด บวกไป 13.63 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.93 หมื่นล้านบาท ไม่มีความหมายสำหรับรายย่อยแต่อย่างใด เพราะเกมใหญ่แบบนี้เป็นเรื่องของพวกสถาบันเพียวๆ นะจะบอกให้

* จัดหนัก..จัดเต็ม และเป็นตัวเต็งที่ทุกคนสนใจสุดๆ คงพุ่งเป้าไปที่ DOD เพื่อชี้ให้เห็นกระแส “กัญชง-กัญชา” กลายเป็นตัวไดร์ฟราคาหุ้นในกระดานขึ้นมายืนเหนือ 10 บาทอย่างแข็งแกร่ง “โมนิก้า” ถึงอยากให้แฟนคลับประเมินการยืนปิดที่ 11.80 บาท บวกไป 0.70 บาท หรือขึ้นไป 6.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 893 ล้านบาท ใช่จุดที่ควร follow buy จริงไหม? หลังมีเสียงคอนขอดมาแต่ไกลว่า  หุ้นเด้งรับข่าวเร็วไปอะป่าว..อิอิอิ

* ส่วนในรายของหุ้น SABUY ถือเป็นหุ้นที่ลุ้นเหนื่อยสุดๆ เพราะทุกครั้งที่ทำท่าจะไปได้สวย มักมีแรงขายออกมาตัดหน้าเป็นประจำ “โมนิก้า” ถึงอยากให้นักเล่นประเมินการการบวก 3 วันติด จนล่าสุดขึ้นมายืนปิดที่ 2.22  บาท บวกไป 0.06 บาท หรือขึ้นไป 2.80% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 120 ล้านบาท แถมเป็นการขึ้นมาทำราคาสูงสุดนับตั้งแต่เข้าเทรดวันแรกเมื่อ 11 พ.ย. 63 มีนัยสำคัญขนาดไหนนะออเจ้า!

* สำหรับรายที่ดันรอบใหม่อย่างหุ้น PIMO ก็อาศัยตัวเลขผลงานปี 63 เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก หุ้นถึงพยายามถีบตัวขึ้นตลอดเวลา แต่สุดท้ายก็ติดอยู่ในกรอบ 2.20-2.70 บาทเป็นเวลา 3 เดือน “โมนิก้า” ถึงสงสัยว่า การขึ้นมาปิดที่ 2.68 บาท บวกไป 0.24 บาท หรือขึ้นไป 9.85% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 136 ล้านบาท มีโอกาสซ้ำรอยเก่าที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ค่อนข้างสูง..จริงหรือไม่ ก็ติดตามกันต่อไปนะจ๊ะ

* อีกรายที่มาดีสุดๆ “โมนิก้า” ขอหันไปมองหุ้น XO เพื่อย้ำให้เห็นถึงผลงานดีเสมอต้นเสมอปลาย ย่อมเป็นแรงขับเคลื่อนราคาหุ้นในกระดานอย่างมีนัยสำคัญ เดี๊ยนถึงไม่แปลกใจที่ราคาหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 13.40 บาท บวกไป 0.30 บาท หรือขึ้นไป 2.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 80 ล้านบาท พร้อมกับทำ all time high แบบชิลๆ เพราะแมงลือเม้าท์กันให้แซ่ดว่า ปี 64 เป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งนะซี

* ส่วนม้ามืดอย่างหุ้น KWM กลายเป็นช็อตที่แมงเม่าแตกฮือสุดๆ หลังมีข่าวแว่วมาแต่ไกลในทำนองที่ว่า ก๊วนขาปั่นรวมตัวเฉพาะกิจกันอีกรอบ หลังอาศัยผลงานที่ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ช่วยกันปั่นสตอรี่อย่างเมามัน จนหุ้นพุ่งพรวดพราดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แต่เผอิญการดันเที่ยวล่าสุดโดนบางคนสาดหุ้นใส่ หุ้นถึงร่วงจากจุดสูงสุดที่ระดับ 1.85 บาท ลงมาปิดที่ระดับ 1.90 บาท บวกไป 0.28 บาท หรือขึ้นไป 17.30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 156 ล้านบาท พร้อมกับแท่งเทียนแดงยาวเฟื้อยแบบนี้..จบเกมแล้วใช่ไหมเจ้านาย?

* สำหรับรายที่ลากแรงเป็นช่วงๆ เพื่อรอกำไรมาซับพอร์ตอย่าง BOL ถือเป็นสีสันที่นักเล่นต้องปรับตัวให้ทันหากจะร่วมขบวนรถเหาะตีลังกาขบวนนี้ เพราะเท่าที่สังเกตอาการ “ขึ้นแรงแล้วพัก” สลับหมุนเวียนไปเรื่อยๆ ในแต่ละไตรมาส โดยที่ปลายปีที่แล้วยืนเกา..อยู่ที่ 6 บาท แต่เช้าวันศุกร์ขึ้นไปถึง 10 บาท ก่อนจะย่อตัวลงมาปิดที่ 9.15 บาท ลบไป 0.35 บาท หรือลงไป 3.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 68 ล้านบาท ท่ามกลาง PE 44 เท่า..น่าเล่นจริงเหรอคุณพระ!