สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 10 ก.พ. 2564

สรุปภาวะตลาดต่างประเทศ ประจำวันที่ 10 ก.พ. 2564

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) หลังจากนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ย้ำว่า เฟดจะตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับต่ำต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการจ้างงาน อย่างไรก็ดี ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนลบ เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 31,437.80 จุด เพิ่มขึ้น 61.97 จุด หรือ +0.20% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,909.88 จุด ลดลง 1.35 จุด หรือ -0.03% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 13,972.53 จุด ลดลง 35.16 จุด หรือ -0.25%

 

ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) โดยปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐที่ลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และยังถูกกดดันจากแรงขายทำกำไร หลังตลาดหุ้นยุโรปบวกขึ้นในช่วงเช้าขานรับรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน และแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 409.47 จุด ลดลง 0.95 จุด หรือ -0.23%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,932.97 จุด ลดลง 78.83 จุด หรือ -0.56%, ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,670.80 จุด ลดลง 20.74 จุด หรือ -0.36% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,524.36 จุด ลดลง 7.20 จุด หรือ -0.11%

 

ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) โดยหุ้นกลุ่มส่งออกถูกกดดันจากการที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,524.36 จุด ลดลง 7.20 จุด หรือ -0.11%

 

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) ขานรับสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐ รวมทั้งการคาดการณ์ที่ว่าการฉีดวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ในวงกว้างในสหรัฐจะช่วยหนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 32 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 58.68 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 38 เซนต์ หรือ 0.6% ปิดที่ 61.47 ดอลลาร์/บาร์เรล

 

สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ รวมทั้งความคืบหน้าในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐ

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 5.2 ดอลลาร์ หรือ 0.28% ปิดที่ 1,842.7 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือนมี.ค. ลดลง 32.4 เซนต์ หรือ 1.18% ปิดที่ 27.078 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพลาตินัมส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 52.5 ดอลลาร์ หรือ 4.4% ปิดที่ 1,246.9 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 31.90 ดอลลาร์ หรือ 1.4% ปิดที่ 2,352.50 ดอลลาร์/ออนซ์ ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ม.ค.2564

 

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 ก.พ.) โดยถูกกดดันจากการที่สหรัฐเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ รวมทั้งการปรับตัวลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุล ลดลง 0.08% สู่ระดับ 90.3726 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.8898 ฟรังก์ จากระดับ 0.8918 ฟรังก์ และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2689 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2695 ดอลลาร์แคนาดา แต่เมื่อเทียบกับเงินเยน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 104.63 เยน จากระดับ 104.54 เยน

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2128 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2117 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3840 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3811 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.7728 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.7737 ดอลลาร์สหรัฐ