OR ตั้งงบล็อตแรก 1 หมื่นลบ. รองรับ “M&A-JV” ธุรกิจใหม่ ดัน EBITDA โต 10%

OR ตั้งงบล็อตแรก 1 หมื่นลบ.! จากงบลงทุนรวม 5 ปีจำนวน 74,600 ลบ. รองรับการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และการร่วมลงทุน (JV) ธุรกิจใหม่ ดัน EBITDA โตขึ้น 10%

น.ส.จิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า บริษัทตั้งวงเงินลงทุน 10,000 ล้านบาท จากงบลงทุนรวม 5 ปีจำนวน 74,600 ล้านบาท เพื่อรองรับการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และการร่วมลงทุน (JV) ในธุรกิจใหม่ๆ เช่น Mobility และ Lifestyle โดยคาดหวังว่าจะทำให้กำไรก่อนหักภาษี ค่าเสื่อม และดอกเบี้ยจ่าย (EBITDA) เพิ่มขึ้น 10% จากการลงทุนดังกล่าว

ส่วนแผนการลงทุนในธุรกิจหลักทั้ง 3 ธุรกิจ ได้แก่ ธุรกิจน้ำมัน, ธุรกิจ Non oil (ค้าปลีกและบริการอื่น ๆ) และธุรกิจต่างประเทศ ภายใน 5 ปีนี้ แม้ว่าบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับธุรกิจน้ำมัน แต่การลงทุนในธุรกิจ Non oil จะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยวางเป้าหมาย EBITDA ของธุรกิจ Non oil เติบโตเป็น 32-33% จากเดิม 25% และธุรกิจต่างประเทศเติบโตเป็น 13% จากเดิมราว 5% ขณะที่ธุรกิจน้ำมันจะปรับตัวลงมาเล็กน้อยเหลือ 52% จาก 68-69%

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายขยายสาขาสถานีบริการน้ำมัน PTT ในประเทศเฉลี่ยปีละ 100 สาขา และสาขาร้านกาแฟ Cafe Amazon ปีละ 400 สาขา อีกทั้งยังมีการลงทุนศูนย์กระจายสินค้าของ Amazon รวมถึงโรงงานเบเกอรี่ในปีนี้ เพื่อลดต้นทุนในการผลิต

ขณะเดียวกันก็ยังมีการลงทุนต่อเนื่องใน 3 ประเทศหลัก ประกอบด้วย ลาว, กัมพูชา และ ฟิลิปินส์ โดยตั้งเป้าขยายสถานีบริการน้ำมัน PTTเป็น 650 แห่ง จากเดิม 350 แห่ง, ร้านกาแฟ  Cafe Amazon เพิ่มเป็น 550 แห่ง จากเดิม 200-240 แห่ง ซึ่งเปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่นเข้ามาร่วมเป็นพันธมิตร พร้อมกันนั้นยังมองโอกาสขยายธุรกิจไปยังประเทศอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้เข้าไปในประเทศจีนตอนใต้เพื่อขยายตลาดร้านกาแฟ Cafe Amazon และผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น รวมถึงให้สิทธิพิเศษแฟรนไชส์แก่บริษัทน้ำมันแห่งชาติโอมานในการทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน PTT ในประเทศโอมานด้วย

สำหรับการพัฒนาสินค้าและบริการของร้านกาแฟ Cafe Amazon บริษัทยังคงมองโอกาสทางธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดภาครัฐได้อนุมัติให้เอกชนสามารถประกอบธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับกัญชงได้ ซึ่งบริษัทไม่ได้ปิดกั้นในการทำธุรกิจดังกล่าว หากไม่ผิดต่อข้อกฎหมายหรือผิดหลักเกณฑ์ (Environmental, Social, Governance : ESG)

ด้านการซื้อขายหุ้น OR วันแรกเปิดที่ 26.50 บาท/หุ้น บริษัทมีความพอใจและเหนือความคาดหมายเป็นอย่างมาก และคาดว่าจะได้เข้าไปคำนวณในดัชนี SET50 และ SET100 ด้วยเกณฑ์ Fast-track ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่เข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือวันที่ 17 ก.พ.64 อีกทั้งยังคาดว่าจะได้เข้าดัชนี FTSE ในวันที่ 19-20 ก.พ.นี้ และดัชนี MSCI ในช่วงต้นเดือน มี.ค.64 ในลำดับถัดไป

คำค้น