STGT กำไรทุบสถิติ

มีการประเมินต่อ STGT ว่าแนวโน้มราคาถุงมือยางยังคงดีต่อเนื่องในไตรมาส 1/64 เหตุราคาขายเฉลี่ยของช่วงไตรมาส 1/2564 ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 20%

คุณค่าบริษัท

มีการประเมินต่อ บริษัท ศรีตรังโกลฟส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ STGT ว่าแนวโน้มราคาถุงมือยางยังคงดีต่อเนื่องในไตรมาส 1/2564 เหตุราคาขายเฉลี่ยของช่วงไตรมาส 1/2564 ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องอีก 20% จากไตรมาส 4/2563 ที่ราคา 1.91 บาทต่อชิ้น และคาดราคาจะทรงตัวไปจนถึงไตรมาส 3/2564 ก่อนจะค่อย ๆ เริ่มปรับตัวลงช่วงไตรมาส 4/2564

ต่อมาคาดต้นทุนจะปรับตัวขึ้นอีกราว 20% จากไตรมาสก่อน แต่อย่างไรก็ตามราคาขายถุงมือยางที่เพิ่มขึ้นจะสามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด จากสภาวะขาดแคลนถุงมือยาง

ประกอบกับ บริษัทเร่งขยายกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีก 3,200 ล้านชิ้นต่อปี ในปี 2564 เป็น 35,800 ล้านชิ้นต่อปี จากเดิม 32,600 ล้านชิ้นในปี 2563 โดยกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น เป็น line การผลิตสำหรับถุงมือยางไนไตรล์ทั้งหมด ปัจจุบันราคาถุงมือยางไนไตรล์สูงกว่าถุงมือยางธรรมชาติราว 40-50%

รวมถึงความต้องการซื้อถุงมือยางที่ยังคงแข็งแรง และคาดความต้องการซื้อจะยังคงมีความต้องการถุงมือยางทั่วโลกอยู่ในระดับสูง 600,000 ล้านชิ้นต่อปี ขณะที่ความต้องการขายรองรับได้เพียง 370,000 ล้านชิ้นต่อปี

ทั้งนี้ บล.เคทีบีเอสที มองภาพรวมกำไรสุทธิปี 2564 ขึ้นเป็น 35,582 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 147% จากงวดเดียวกันของปีก่อน) จากเดิมที่ประเมินไว้ 15,526 ล้านบาท จาก 1) ปรับราคาขายเฉลี่ยขึ้นเป็น 2.20 บาทต่อชิ้น จากเดิมที่ 1.18 บาทต่อชิ้น เป็นผลจากแนวโน้มราคาขายที่ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 1/2564 เพิ่มขึ้น 20% จากไตรมาสก่อน 2) ปรับอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 60% จากเดิมที่ 50% เนื่องจาก GPM ไตรมาส 4/2563 ออกมาดีกว่าคาดอยู่ที่ 71.6% และจากการปรับสัดส่วนการผลิตถุงมือยางไนไตรล์เพิ่มขึ้น

ส่วนผลการดำเนินงานปี 2563 สิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2563 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าขยับขึ้นมาอยู่ที่ 30,405.12 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 11,994.15 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14,400.87 ล้านบาท หรือ 5.94 ล้านบาท จากงวดเดียวกันของปีก่อน 634.30 ล้านบาท หรือ 0.42 บาทต่อหุ้น ซึ่งนับได้ว่าเป็นการทำกำไรที่สูงสุดนับตั้งแต่การก่อตั้งเป็นผลจากยอดขายถุงมือยางพุ่งขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้ชีวิต

สุดท้ายทางนักวิเคราะห์มองว่ากำไรปี 2564 ที่ดีมากนั้นถือเป็นปีที่ไม่ปกติและไม่ represent ระดับความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 58 บาท

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่

  1. บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน) 725,037,300 หุ้น 50.75%
  2. บริษัท รับเบอร์แลนด์ โปรดักส์ จำกัด 77,663,400 หุ้น 5.44%
  3. นายไวยวุฒิ สินเจริญกุล 69,709,200 หุ้น 4.88%
  4. บริษัท ไทยเอ็นวีดีอาร์ จำกัด 61,619,542 หุ้น 4.31%
  5. THE BANK OF NEW YORK MELLON 56,204,400 หุ้น 3.93%

รายชื่อกรรมการ

  1. นายวีรกร อ่องสกุล ประธานกรรมการบริษัท, กรรมการอิสระ, ประธานกรรมการตรวจสอบ
  2. นายไวยวุฒิ สินเจริญกุล ประธานกรรมการบริหาร, กรรมการ
  3. นายกิติชัย สินเจริญกุล รองประธานกรรมการ
  4. น.ส.จริญญา จิโรจน์กุล กรรมการผู้จัดการใหญ่, กรรมการ
  5. นายวีรสิทธิ์ สินเจริญกุล กรรมการ