พาราสาวะถี

วันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลจะมีการถ่ายภาพหมู่ครม.หลังจากที่มีการขยับกันใน 4 ตำแหน่ง แต่มีรัฐมนตรีหน้าใหม่แค่ 2 ราย เพื่อขจัดปัญหาเสียงกวนใจจะได้ภาพถ่ายสวย ๆ เต็มไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจึงจัดให้บุกเข้าสลายหมู่บ้านทะลุฟ้าเมื่อช่วงเช้าและเย็นของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมจับกุมผู้ชุมนุมมีทั้งเด็กและพระรวมอยู่ด้วยรวมทั้งหมด 99 คน กับข้ออ้างอันคลาสสิคในยุคเผด็จการสืบทอดอำนาจทุกอย่างยึดกฎหมายเป็นสำคัญและเป็นไปตามหลักสากล

อรชุน

วันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาลจะมีการถ่ายภาพหมู่ครม.หลังจากที่มีการขยับกันใน 4 ตำแหน่ง แต่มีรัฐมนตรีหน้าใหม่แค่ 2 ราย เพื่อขจัดปัญหาเสียงกวนใจจะได้ภาพถ่ายสวย ๆ เต็มไปด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนจึงจัดให้บุกเข้าสลายหมู่บ้านทะลุฟ้าเมื่อช่วงเช้าและเย็นของวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมจับกุมผู้ชุมนุมมีทั้งเด็กและพระรวมอยู่ด้วยรวมทั้งหมด 99 คน กับข้ออ้างอันคลาสสิคในยุคเผด็จการสืบทอดอำนาจทุกอย่างยึดกฎหมายเป็นสำคัญและเป็นไปตามหลักสากล

เรื่องความเป็นสากลนั้นไม่ต้องมาการันตีเอง ยิ่งได้ฟังผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจพยายามแจกแจงข้อกฎหมายแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่ พยายามที่จะทำให้คนคล้อยตามว่าสิทธิและเสรีภาพนั้นมีได้แต่ต้องไม่ไปกระทบสิทธิคนอื่น ซึ่งต้องถามว่าแล้วม็อบที่เรียกเผด็จการคสช.ออกมานั้น เคารพสิทธิและเสรีภาพของคนขนาดไหน ไม่ทำอะไรผิดเลยใช่หรือไม่ น่าจะรู้อยู่แก่ใจดี แต่ก็อีกนั่นแหละ เมื่อทุกองคาพยพถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อให้ขบวนการสืบทอดอำนาจ ทุกอย่างมันจึงเป็นเหมือนความถูกต้อง ชอบธรรม

ไม่ต่างอะไรกับกรณีการชอบอ้างเรื่องความขัดแย้ง กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล ประชาชนต้องการจะให้ทุกอย่างกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกอย่างนั้นหรือ โดยเฉพาะล่าสุด กับความเคลื่อนไหวของ จตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช.ที่จับมือกับพันธมิตรทุกองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต ระดมความเห็นเพื่อที่จะปลุกม็อบไล่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ ด้วยเหตุผลทำตัวเป็นจระเข้ขวางคลอง อยู่ไปประเทศก็ไม่เจริญและรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนก็เกิดขึ้นไม่ได้

เมื่อนักข่าวไปถามท่านผู้นำคำตอบที่ได้มาพร้อมกับความไม่พอใจคือ “สื่อสนับสนุนเขาหรือไม่ อยากให้บ้านเมืองเป็นแบบเดิมอีกหรือไม่ ถ้าอยากให้บ้านเมืองเกิดอะไรขึ้นแบบเดิม สื่อก็ช่วยขยายไปให้เขาก็แล้วกัน” โดยลืมมองไปว่าระยะเวลาเกือบ 7 ปีที่ตัวเองและขบวนการสืบทอดอำนาจเข้ามาบริหารประเทศนั้น ได้สร้างความเสียหายอะไรให้กับประเทศบ้าง ข้ออ้างเรื่องการปฏิรูปประเทศ จนป่านนี้มีคณะกรรมการขึ้นมาดูแลทุกด้าน แต่ก็ไร้ซึ่งความคืบหน้าหรือมืดมิดทุกด้านเช่นกัน

สิ่งหนึ่งซึ่งเราได้เห็นมาโดยตลอดตั้งแต่ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจอยู่ในตำแหน่ง และหนักข้อมากขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับขบวนการคนหนุ่มสาวคือการอ้างเรื่องของสถาบัน โดยเฉพาะกับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวปกป้องรัฐบาลโดยแอบอ้างในสิ่งที่ไม่สมควร ด้วยเหตุนี้เองจตุพรในฐานะที่ลุกขึ้นมาหาแนวร่วมเพื่อการต่อสู้อีกรอบ จึงกระทุ้งไปยังท่านผู้นำว่า ต้องเลิกใช้สถาบันมาปกป้องตัวเอง และไว้ทำลายคนอื่นด้วย ตรงนี้ต้องเคลียร์กันให้ชัด

สิ่งที่น่าสนใจในมุมของประธานนปช.ก็คือ การสู้กับผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจรายนี้ยากกว่าในอดีต เนื่องจากเผด็จการในอดีตยอมหักไม่ยอมงอ แต่เผด็จการชุดนี้พลิกแพลง มีเล่ห์เพทุบายสารพัด ยิ่งประชาชนแตกแยกยิ่งไม่มีทางจะสู้ได้ สิ่งที่สำคัญในวันนี้คือ ถ้ายังอยู่ในสภาพบ้านเมืองแบบนี้ต่อไป เชื่อได้ว่าผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจ ต้องต่ออำนาจอีก 4 ปี ขณะเดียวกันถ้ากระโดดไปเล่นเกมในสนามที่ มีชัย ฤชุพันธุ์ วางหมากกลไว้แล้วผ่านรัฐธรรมนูญ ก็คิดแบบเดิมจะไม่ได้อะไร และชาตินี้ทั้งชาติก็แก้รัฐธรรมนูญไม่ได้

ทั้งนี้ มองจากรูปรอยของการเคลื่อนไหวรอบนี้ของตุ๊ดตู่เพื่อล้มบิ๊กตู่ ดูท่าจะมีทรงขึ้น เพราะเป็นการระดมความเห็นเพื่อให้เกิดการตกผลึกทางความคิด และเป็นการขยับโดยไม่รีบร้อน หมุดหมายที่เชื่อว่าจะมีการเดินเกมกันอย่างหนักหน่วงน่าจะอยู่ที่เดือนพฤษภาคม เพราะนี่คือสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 หรือพฤษภาเลือด 2553 ก็ตาม การระดมความคิดอีกหนในวันที่ 4 เมษายนโดยเลือกใช้อนุสรณ์สถานพฤษภาประชาธรรม จึงเป็นสิ่งบ่งชี้ที่ชัดเจน

สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่า ในบรรดาของคณะบุคคลที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างสุดขั้วนั้น จะหาแนวทางที่ตกผลึกทางความคิดร่วมกันในทิศทางแสวงจุดร่วมสงวนจุดต่างได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีการกำหนดเวลาว่าจะต้องเคาะเพื่อลุยกันเมื่อไหร่ เนื่องจากอีกด้านที่เป็นความจริงซึ่งปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ในบรรดาแกนนำทางความคิดเหล่านั้น ต่างก็ได้รับการดูแลอย่างเต็มที่จากผู้จัดการรัฐบาล เหมือนเป็นการซื้อใจกันไปในตัว อยู่ที่ว่าจะกล้าแตกหักกันหรือไม่ ขนาดไหน

การสงวนท่าทีของกลุ่มเคลื่อนไหวขาประจำเหล่านี้ เนื่องมาจากมีการตกลงกันไว้ก่อนหน้าว่า จะทำให้เกิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อคลายล็อกในสิ่งที่เผด็จการได้วางกับดักไว้ และเปิดที่เปิดทางให้เกิดการแข่งขันทางการเมืองที่ควรจะเป็นได้ พี่ใหญ่ในฐานะทัพหน้าเจรจาจึงสวมบทบาทมือประสานสิบทิศ และเข้าใจว่าน้องเล็กน่าจะพอใจต่อการได้อยู่ในตำแหน่งเกือบสิบปีแล้ว แต่เมื่อ เขาอยากอยู่ยาว” มันค้ำคออยู่ ทุกอย่างจึงเกิดการ ตระบัดสัตย์” ซึ่งความจริงก็เป็นมาตั้งแต่หลังการยึดอำนาจแล้วเรื่องเราจะไม่ทำตามสัญญา

ไม่เพียงเท่านั้น หลังการกระโจนเข้ามากุมบังเหียนพรรคสืบทอดอำนาจแบบเต็มตัว พี่ใหญ่ที่เป็นผู้มากบารมีอยู่แล้วกลับเปล่งรัศมีมากยิ่งขึ้น ประกอบกับรัฐธรรมนูญที่วางหมากกลกันหลายชั้น ยิ่งนานวันยิ่งทำให้มองเห็นการสร้างความได้เปรียบ ทำให้มองกันไปถึงขั้นที่ว่าเลือกตั้งครั้งหน้าจะกวาดเก้าอี้ส.ส.เข้าวินแล้วอุ้มน้องเล็กขึ้นเป็นผู้นำอีกสมัยแบบไม่ต้องลงทุนแจกกล้วยหรือเปลืองตัวยอมให้พรรคร่วมรัฐบาลกันชนิดเจ็บปวดหัวใจเหมือนหนที่ผ่านมา

กระนั้นก็ตาม ความย่ามใจเป็นบ่อเกิดแห่งหายนะ แม้จะเชื่อว่าสามารถกำราบศัตรูที่เป็นฝ่ายตรงข้ามได้ด้วยกลไกทั้งข้อกฎหมายและเครือข่ายอำนาจทุกองค์กรที่วางกันไว้ แต่มิตรข้างกายที่ถูกกระทำอย่างพรรคร่วมรัฐบาลบางพรรคก็ไม่อาจจะทำให้สบายใจ หรือไว้วางใจได้เต็มร้อย เพราะหากไม่สมประโยชน์ขึ้นมาวันใดก็พร้อมที่จะกลายร่างเป็นหอกข้างแคร่ได้ตลอดเวลา แต่สิ่งที่จะเป็นบทพิสูจน์ว่ากุมสถานการณ์ได้ก็คือร่างกฎหมายประชามติ ถ้าคว่ำเหมือนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นั่นก็แสดงว่าผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจเชื่อมั่นสุดขีดว่าข้าคือพยัคฆ์ติดปีกที่ไม่มีใครจะมาทาบได้อีกแล้ว