Block Trade สะท้านวอลล์สตรีท

หนึ่งในเรื่องใหญ่ทำให้เกิดแรงสะเทือน Wall Street ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา นั่นคือกรณีความเสียหายจาก Block Trade ที่สร้างความปั่นป่วนต่อสถาบันการเงิน ด้วยมูลค่าเสียหายกว่าหลายแสนล้านบาท อาทิ  Mitsubishi UFJ Financial Group ธนาคารใหญ่สุดของญี่ปุ่น ออกมายอมรับว่าขาดทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ Credit Suisse สถาบันด้านการเงินชั้นนำของโลก มูลค่าขาดทุน 1.5 แสนล้านบาท

เมกะเทรนด์ : สุภชัย ปกป้อง

หนึ่งในเรื่องใหญ่ทำให้เกิดแรงสะเทือน Wall Street ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา นั่นคือกรณีความเสียหายจาก Block Trade ที่สร้างความปั่นป่วนต่อสถาบันการเงิน ด้วยมูลค่าเสียหายกว่าหลายแสนล้านบาท อาทิ  Mitsubishi UFJ Financial Group ธนาคารใหญ่สุดของญี่ปุ่น ออกมายอมรับว่าขาดทุนกว่า 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่ Credit Suisse สถาบันด้านการเงินชั้นนำของโลก มูลค่าขาดทุน 1.5 แสนล้านบาท

เรื่องของเรื่องเกิดแรงเทขายหุ้นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนและหุ้นสื่อของสหรัฐฯ แบบ Big Lot มูลค่ากว่า 6 แสนล้านบาท ผ่าน Goldman Sachs เป็นหลัก รวมถึง Morgan Stanley, Credit Suisse และ Nomura ทำให้เกิดความกังวลให้บรรดานักลงทุนอย่างมาก เนื่องจากไม่เคยพบแรงเทขายรายการใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

มีรายงานว่า Bill Hwang เจ้าของบริษัทและผู้จัดการกองทุน Archegos Capital Management เป็นผู้ขายหุ้น Block Trade ล็อตใหญ่นี้ออกมา โดยบริษัทหลักทรัพย์เลือกใช้วิธี Block Trade เพื่อปิดสัญญาของ Hwang เพื่อลดแรงตื่นตระหนกดังกล่าว

โดย Morgan Stanley และ Goldman Sachs จึงเป็นรายแรก ๆ ที่พยายามออก เพื่อปิดสัญญาอนุพันธ์เหล่านี้ผ่านการ Block Trade แต่การ Block Trade มูลค่าสูงมาก ทำให้ผู้ซื้อนั้นรับซื้อราคาต่ำกว่าตลาด เพราะต้องรับความเสี่ยงจากของที่ซื้อมาไปผ่องต่ออีกทอดหนึ่ง..

กรณี  Bill Hwang และ Archegos Capital ได้ทำการซื้อหุ้นผ่านสัญญาอนุพันธ์ โดยทำการวางเงินต้นเพื่อที่จะทำให้สามารถซื้อสินทรัพย์ได้มากกว่าเงินต้นที่มีอยู่ได้

นั่นจึงเป็นเหตุทำให้ “หลายสถาบันด้านการเงิน” ดังกล่าวต้องขาดทุนอย่างหนัก…!??

สำหรับ Block Trade คือเครื่องมือการลงทุนหุ้น ผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้า TFEX  เสมือนนักลงทุนซื้อขายหุ้นที่ต้องการได้โดยใช้เงินน้อยกว่าการลงทุนหุ้นโดยตรง เพียงทำรายการ Block Trade บนหุ้นอ้างอิงนั้น ๆ กับโบรกเกอร์ที่ให้บริการ การทำ Block Trade มีจำนวนสัญญาขั้นต่ำต่อรายการที่ TFEX กำหนดไว้ปัจจุบันมีจำนวนขั้นต่ำ 20, 100, 500 และ 1,000 สัญญาต่อ 1 รายการบล็อก ขึ้นอยู่กับช่วงราคาของหุ้นอ้างอิง โดย 1 สัญญา เทียบเท่ากับหุ้น 1,000 หุ้น ดังนั้นถ้าหากซื้อขายสัญญา 20 สัญญา จะเปรียบเสมือนการซื้อขายหุ้นอ้างอิง 20,000 หุ้น

จุดกำเนิด Block Trade จากอดีตการเปิดปิดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ต้องทำบนกระดาน TFEX แต่เนื่องจากสภาพคล่องที่ไม่เพียงพอ จึงไม่ค่อยมีผู้เล่นในตลาดมากนัก ทำให้การเปิดปิดแต่ละครั้งทำได้ยาก เนื่องจากไม่มี Bid Offer เพียงพอ หรือหากมีอาจเป็น Bid กับ Offer ที่ราคาห่างกันมาก ไม่ได้ราคาตามที่ต้องการ

จากปัญหาดังกล่าวจึงทำให้เกิดบริการ Block Trade เพื่อมาแก้ไขปัญหาเรื่องสภาพคล่องของสัญญาซื้อขายล่วง หน้าบนกระดาน TFEX โดยมีโบรกเกอร์เข้ามาเป็นคู่สัญญาฝั่งตรงข้าม ให้นักลงทุน เพื่อให้สามารถซื้อขายได้ตามราคาที่ต้องการ

นักลงทุนสามารถแจ้งโบรกเกอร์ เพื่อทำรายการ Block Trade บนหุ้นอ้างอิง ณ ราคาที่ต้องการได้ หากราคาหุ้นอ้างอิงเป็นไปตามเงื่อนไข โบรกเกอร์จะเปิดสัญญา Block Trade ให้นักลงทุน ผ่านบัญชี TFEX  ของนักลงทุน โดยมีโบรกเกอร์เป็นคู่สัญญา

หากโบรกเกอร์เข้ามาเป็นคู่สัญญาฝั่งตรงข้ามอย่างเดียว อาจมีความเสี่ยงสำหรับโบรกเกอร์เอง เพราะหากนักลง ทุนมีกำไรโบรกเกอร์จะขาดทุน ในทางกลับกัน ถ้าหากนักลงทุนขาดทุน โบรกเกอร์จะมีกำไร แต่หากโบรกเกอร์ไม่ต้องการรับความเสี่ยงนี้ โบรกเกอร์ต้องการเพียงแค่ผลตอบแทนจากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย และดอกเบี้ยเท่านั้น จึงต้องทำการป้องกันความเสี่ยง โดยเข้าซื้อหุ้นในตลาดมาเก็บไว้

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นใน Wall Street จะเกิดความผิดพลาดด้วยประการใดก็ตาม แต่นั่นเป็นการตอกย้ำว่าความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ทุกรูปแบบการลงทุน..อยู่ที่จังหวะใคร จังหวะมัน เท่านั้นเอง..!??