พาราสาวะถี

สงกรานต์ปีนี้ไม่ต้องพูดถึงว่ากร่อยกว่าปีที่ผ่านมาหรือไม่ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญของประเทศ เวลานี้สิ่งที่คนไทยตระหนก หวาดกลัวกันเป็นอย่างมากคือ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดจากคลัสเตอร์ทองหล่อหรือโควิดรมต. ซึ่งแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.1.7 ด้วยเหตุดังว่าบ่ายวันนี้ ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจในฐานะผู้อำนวยการศบค.ได้เรียกประชุมศบค.ชุดใหญ่เพื่อเคาะมาตรการให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม

อรชุน

สงกรานต์ปีนี้ไม่ต้องพูดถึงว่ากร่อยกว่าปีที่ผ่านมาหรือไม่ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญของประเทศ เวลานี้สิ่งที่คนไทยตระหนก หวาดกลัวกันเป็นอย่างมากคือ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดจากคลัสเตอร์ทองหล่อหรือโควิดรมต. ซึ่งแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นสายพันธุ์อังกฤษ B.1.1.1.7 ด้วยเหตุดังว่าบ่ายวันนี้ ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจในฐานะผู้อำนวยการศบค.ได้เรียกประชุมศบค.ชุดใหญ่เพื่อเคาะมาตรการให้เข้มข้นขึ้นกว่าเดิม

หนีไม่พ้นประเด็นที่เป็นข่าวก่อนหน้าจะล็อกดาวน์พื้นที่ 9 จังหวัดคือ กรุงเทพฯ และปริมณฑล เชียงใหม่ ประจวบคีรีขันธ์ และบางจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก เหตุที่ต้องเลือกจำเพาะเจาะจงทำให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม เพราะพบจำนวนผู้ป่วยด้วยโควิดเกินหลักร้อยรายทุกวัน แต่ไม่รู้ว่ามาตรการแค่นี้จะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้หรือไม่ บอกไว้ตั้งแต่แรกการดำเนินการในลักษณะลักปิดลักเปิดเช่นนี้ ไม่ได้เป็นผลดีแต่การสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชนอย่างแน่นอน

พอจะเข้าใจได้ เพราะหลักการตั้งต้นของฝ่ายกุมอำนาจไม่ใช่มุ่งมั่นที่จะควบคุมดูแลความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชนเป็นอย่างแรก หากแต่คำนึงถึงเม็ดเงินที่จะต้องควักจ่ายหากต้องมีการล็อกดาวน์ในแต่ละพื้นที่ด้วย ในจังหวะที่รัฐบาลถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าถังแตกจะมาแบกภาระที่เกินกว่าสิ่งที่ตัวเองก็บักโกรกอยู่แล้วย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่เมื่อโจทย์ใหญ่รอบนี้คือมีรัฐมนตรีติดเชื้อ และเป็นแหล่งจากสถานที่อโคจรโดยที่ท่านเสนาบดีปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ได้ไป ทว่าผู้ที่มีอำนาจก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้

เป็นการระบาดอันเกิดจากการไม่ปฏิบัติตามมาตรการของภาครัฐที่วางไว้อย่างเข้มงวด และรวมไปถึงความหละหลวมในการควบคุมโดยฝ่ายเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้น การแค่ย้ายผู้กำกับสน.ทองหล่อเจ้าของพื้นที่ และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงการไล่จับปลาซิวปลาสร้อย ก็ไม่ได้ช่วยให้คะแนนนิยมของรัฐบาลดีขึ้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันเข้าทำนองปากว่าตาขยิบ รู้ทั้งรู้ว่านี่คือจุดเปราะบางนอกจากวางมาตรการอย่างเข้มข้นแล้ว การควบคุม ตรวจสอบ ไม่สามารถจะปล่อยปละละเลยได้แม้แต่น้อย

สรุปความก็คือ การระบาดตั้งแต่ระลอกแรกจนกระทั่งถึงรอบล่าสุด ล้วนแล้วแต่เกิดจากน้ำมือของฝ่ายรัฐทั้งสิ้น ไม่ต้องพูดถึงเรื่องวัคซีนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งความจริงทั้งผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจและ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไม่สมควรที่จะไปแสดงความโมโหโกรธากับใครทั้งสิ้น ควรก้มหน้ายอมรับว่าประเมินสถานการณ์ผิดพลาดเอง วัคซีนเจ้าเดียวที่จัดซื้อคือแอสตราเซเนกา ไม่เพียงพอต่อสถานการณ์ฉุกเฉินและฉุกละหุกเช่นนี้

ย้ำมาโดยตลอดเชื่อมั่นได้อย่างไรว่าจะสามารถควบคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อให้อยู่ในหลักพันได้ตลอด กรณีฝีแตกที่สมุทรสาครก็เป็นบทเรียนให้เห็นแล้ว ที่ตาลีตาเหลือกไปหาซื้อวัคซีนจากซิโนแวคมา 2 ล้านโดส และถ้าบอกว่าวัคซีนไม่มีความจำเป็นปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผนเดิมที่วางไว้ ทำไมต้องรีบตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเรื่องวัคซีนทางเลือกที่จะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนจัดหาได้ถึง 10 ล้านโดสนี่คือความเป็นจริง

ขณะเดียวกัน สิ่งที่น่าจะเป็นบทพิสูจน์ผู้นำเผด็จการสืบทอดอำนาจรับไม่ได้กับการประเมินสถานการณ์ของคนที่รับผิดชอบต่อกระทรวงคุณหมอคือการไม่มีชื่อเสี่ยหนูร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการชุดดังกล่าวด้วย ความจริงเป็นสิ่งที่ป่วยการกับการที่จะออกมาตอบโต้หรือแก้ตัวต่าง ๆ นานา ยอมรับเสียแต่โดยดีว่า ไม่คาดคิดจะเกิดสถานการณ์เช่นนี้ และทางกระทรวงสาธารณสุขก็พยายามเร่งดำเนินการในการจัดหาวัคซีนเพื่อให้ทันต่อการดูแลความปลอดภัยในด้านสุขภาพของประชาชน เท่านี้ก็จบและดูจะสวยงามกว่า

เพราะการแก้ต่างก็เท่ากับการแก้ตัว และเป็นการยอมรับไปในตัวว่านี่คือความผิดพลาด ไม่เพียงเท่านั้นการที่มีรัฐมนตรีในพรรคของตัวเองติดเชื้อท่ามกลางข้อกังขาสารพัดนั้น ยิ่งไม่เป็นผลดีแม้แต่น้อย ไม่ว่าใครจะออกมาอธิบายอย่างไรก็ตาม อีกเรื่องที่มันสวนทางกับการพยายามจะชี้แจงของท่านรัฐมนตรีและบุคลากรที่เกี่ยวข้องก็คือจำนวนเตียงที่จะรองรับผู้ป่วยโควิด ที่ก่อนหน้านั้นอ้างกันมาตลอดว่าถ้าจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น รับรองมีเตียงพร้อมรองรับเพียงพอแน่นอน

เอาเข้าจริง สถานการณ์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แค่จำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นหลักพัน ก็พบว่าเตียงในสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนนั้นไม่เพียงพอ รวมไปถึงฮอสปิเทลที่เข้าร่วมโครงการ แม้กระทั่งโรงพยาบาลสนาม นี่ไม่ใช่การกล่าวหาแบบลอย ๆ เพราะทางกระทรวงสาธารณสุขย้ำเองว่า หากผู้ป่วยที่ผลตรวจพบว่าติดเชื้อ ขอให้กักตัวเองอยู่ที่บ้านและแยกตัวจากครอบครัว ระหว่างรอการประสานเรื่องสถานที่รักษาพยาบาล เนื่องจากต้องใช้เวลารอเตียงผู้ป่วยก่อน ถือเป็นอีกจุดที่ทำให้เสี่ยหนูจุกไม่ใช่น้อย

ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ร้อนระอุอยู่นั่น การเมืองภายในพรรคสืบทอดอำนาจก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน นั่นเป็นเพราะเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลงหากมีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคเกิดขึ้น คือการเปลี่ยนตัวเลขาธิการพรรค โดยเด่นชัดยิ่งขึ้นว่ากลุ่มที่แซะเก้าอี้ อนุชา นาคาศัย นั้นไม่ใช่คนในขั้วของสามมิตรและเครือข่ายแน่นอน จากข่าวปล่อยว่าด้วยคนโตในกระทรวงยุติธรรมชื่อย่อส. ส่งคนไปสอบภาษาอังกฤษแทนในการเรียนด้านกฎหมายที่สถาบันแห่งหนึ่ง

เมื่อสแกนเข้าไปยังกระทรวงตราชั่งก็พบว่าผู้ยิ่งใหญ่ของกระทรวงนี้ก็คือ สมศักดิ์ เทพสุทิน คนที่มีข่าวว่าจะมาเป็นแม่บ้านพรรคสืบทอดอำนาจแทนเสี่ยแฮงค์นั่นเอง ด้วยเหตุนี้สมศักดิ์จึงออกมาปฏิเสธและฟันธงไปทันทีต่อข่าวที่เกิดขึ้นเป็นการเมืองโสมมของผู้ไม่หวังดี ขณะที่ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคก็ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบทันควัน เพื่อสยบแรงกระเพื่อมที่จะเกิดขึ้น ท่ามกลางแรงกดดันที่ถาโถมเข้าใส่รัฐบาลในเวลานี้

หากไม่มีการจัดการใด ๆ ปล่อยให้เกิดความเคลื่อนไหวในลักษณะสาดโคลนหรือตรวจสอบกันไปมา ด้วยเป้าหมายเพื่อตำแหน่งในพรรคสืบทอดอำนาจ แน่นอนมีแค่สองกลุ่มเท่านั้นที่ฟาดฟันกันก็คือ 4 ว. กับ 4 ช. ซึ่งนั่นจะนำมาซึ่งการประณามจากประชาชนนี่หรือพรรคการเมืองแห่งการปฏิรูป พรรคของผู้นำที่อ้างว่าไม่มุ่งเล่นการเมืองใด ๆ ในสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังย่ำแย่ด้วยโควิดเช่นนี้ เด็กในคาถายังกัดกันเพื่อหวังผลทางการเมืองกันอยู่ได้ นี่ไงที่ท่านผู้นำเคยประจานตอนยึดอำนาจนักการเมืองชั่ว นักการเมืองเลว