ทิ้งบน..ซื้อล่าง

* อย่าเพิ่งคิดว่าเดี๊ยนจั่วหัวแบบนี้เพราะติดหวยแบบงอมแงม เลยพยายามบอกใบ้มวลสมาชิกให้เล่นตาม เพราะเชื่อในดวงชะตาที่กำหนดให้เกิดมาเป็นสายหวย จึงขอชี้แจงแถลงไขให้ทราบกันโดยทั่วไปอีกครั้งว่า น้องโมเกิดมาเพื่อเป็นสายหุ้นโดยเฉพาะ และไม่เคยคิดจะละทิ้งความเผือกที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เผอิญสถานการณ์วันนี้บังคับให้เดี๊ยนต้องเอาความรู้เรื่องตลาดหุ้นมาทำให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมก็เท่านั้นเองจ้า!

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* อย่าเพิ่งคิดว่าเดี๊ยนจั่วหัวแบบนี้เพราะติดหวยแบบงอมแงม เลยพยายามบอกใบ้มวลสมาชิกให้เล่นตาม เพราะเชื่อในดวงชะตาที่กำหนดให้เกิดมาเป็นสายหวย จึงขอชี้แจงแถลงไขให้ทราบกันโดยทั่วไปอีกครั้งว่า น้องโมเกิดมาเพื่อเป็นสายหุ้นโดยเฉพาะ และไม่เคยคิดจะละทิ้งความเผือกที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด แต่เผอิญสถานการณ์วันนี้บังคับให้เดี๊ยนต้องเอาความรู้เรื่องตลาดหุ้นมาทำให้เกิดประโยชน์กับส่วนรวมก็เท่านั้นเองจ้า!

* เนื่องจากสิ่งที่ “โมนิก้า” เคยทำนายไว้เกิดขึ้นจริงเหมือนที่เม้าท์ให้ฟังก่อนหน้านี้ทุกอย่าง โดยเฉพาะในมุมของตัวเลขคนติดเชื้อที่นับวันจะโป่งขึ้นเรื่อย ๆ จนคนเล่นหุ้นเกิดอาการวิตกจริตกันอย่างถ้วนหน้านั้น เดี๊ยนมองเป็นเรื่องธรรมชาติของนักลงทุนที่เกิดความรู้สึกไม่มั่นใจ จึงหันมาใช้ยุทธวิธี “ทิ้งบน ซื้อล่าง” ซึ่งเป็นรูปแบบการเล่นที่เห็นได้บ่อยมากในช่วงที่ตลาดหุ้นเผชิญกับมรสุมข่าวร้ายนะจะบอกให้

* ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” มองการทรุดตัวของดัชนีลงมาปิดที่ 1,541.12 จุด ลบไป 25.22 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 7.82 หมื่นล้านบาท ล้วนมาจากอารมณ์เป็นหลัก ผสานกับถึงเวลาเขย่าหุ้นเพื่อทดสอบแรงซื้อเข้ามารับหุ้นพอดี ก็เลยทำให้ตลาดหุ้นอยู่ในทิศทางปักหัวลงอย่างที่เห็นนี่แหล่ะ! โดยเหตุการณ์ในลักษณะนี้จะดำเนินต่อไปราวสองสัปดาห์ และจะเริ่มคลี่คลายต่อเมื่อจำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มลดลงพะยะค่ะ

* อีกประเด็นที่ทุกคนรู้คือ ผลงานไตรมาส 1 ออกมาดีแน่ ส่วนจะดีแค่ไหน? ล้วนเป็นเรื่องที่ต้องติดตามดูกันต่อไป! ขณะที่ไตรมาส 2 เห็นกันแล้วว่าเดือน เม.ย. เสียศูนย์ไปนิดหนึ่ง แต่ยังมีโอกาสแก้มือในเดือน พ.ค. กับ มิ.ย. “โมนิก้า” ถึงต้องย้ำหัวหมุดกับแฟนคลับอีกครั้งหนึ่งว่า ทุกคนเรียนรู้ที่จะอยู่กับสภาพแบบนี้ได้ และเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจก็ยังหมุนเวียน (หมุนช้าหน่อย ดีกว่าไม่หมุนเลย) จึงเป็นเกมที่ต้องดูกันยาว ๆ ไงล่ะคะ

* สถานการณ์ดังกล่าวทำให้หุ้นแบงก์ที่เดิมทีคิดกันว่า น่าจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และเป็นตัวเลือกที่ดีในการเคาะขวา แต่ทันทีที่โควิด-19 กลับมาแบบไม่ทันตั้งตัว เลยโดนขายกันอย่างถ้วนหน้า โดยเฉพาะในรายของแบงก์สีเขียว KBANK โดนกดหนักตั้งแต่เช้ายันเย็น จนหุ้นยืนปิดที่ 138.50 บาท ลบไป 4.50 บาท หรือลงไป 3.15% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 2.52 พันล้านบาท และทำท่าจะลงไปที่แนวรับ 134 บาท แบบนี้..น่าสนไหมล่ะตัวเอง

* อีกรายที่ทำท่าเหมือนจะยับเยิน แต่เอาเข้าจริงกลับแค่สิว ๆ คงต้องยกให้เสือนอนกินอย่าง AOT เพราะการทิ้งตัวลงมาปิดที่ 65.75 บาท ลบไป 1 บาท หรือลงไป 1.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.36 พันล้านบาท ก็ยังยืนเหนือเส้นแนวรับ 75 วันบริเวณ 65 บาท และหากจะร่วงลงมาที่เส้นแนวรับ 200 วันที่บริเวณ 63 บาท ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวแต่อย่างใด เพราะก่อนที่หุ้นจะวิ่งขึ้นไปแถว 70 บาท คุณ ๆ ท่าน ๆ ก็เคาะกันเปาะแปะที่บริเวณนี้นะจ๊ะ

* คล้ายกับกรณีของ IRPC ก็เล่นกันในกรอบ 3.50-3.90 บาทเป็นเวลานานถึง 4 เดือนครึ่ง “โมนิก้า” ถึงไม่วอรี่ที่เห็นราคาหุ้นลงมายืนปิดที่ 3.88 บาท ลบไป 0.10 บาท หรือลงไป 2.50% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.09 พันล้านบาท เพราะองค์ประกอบต่าง ๆ ไม่เอื้อให้หุ้นไปต่อ มันก็ควรลงมาตั้งหลักเพื่อรอเวลาขึ้นใหม่ก็เท่านั้นเอง! แต่สิ่งที่ต้องลุ้นหนักมากคงเป็นเรื่องกำไรไตรมาส 1 มาตามนัดไหม?..อิอิอิ

* ส่วนรายที่เกาะกระแสโควิดค่อนข้างดี และออกอาการลิงโลดเกินหน้าเกินตา “โมนิก้า” คงมองไปที่หุ้น VIBHA มากกว่าหุ้นโรงพยาบาลตัวอื่น ๆ เพราะการขึ้นมายืนปิดที่ 2.26 บาท บวกไป 0.18 บาท หรือขึ้นไป 8.65% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.03 พันล้านบาท คือการเทรดบนความหวังล้วน ๆ ยิ่งเจาะลงไปดูค่า PE ตอนนี้ปาเข้าไป 63 เท่า ยิ่งสะท้อนภาพการเก็งกำไรแบบสุดซอยได้เป็นอย่างดีเลยล่ะคุณพี่

* ประเด็นดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” เลือกที่จะเม้าท์ถึงยักษ์หลับของตลาดเอ็มเอไออย่าง TPAC ขึ้นมาในทันที เพราะเมื่อดูแท่งเทียนสีเขียวสูงปรี๊ดขึ้นมาโดด ๆ เพียงแท่งเดียว พร้อมกับทำราคาสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี มันเป็นเกมที่เล่นกันดุเดือดเลือดพล่านเสียจริง ๆ เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับประเมินราคาปิดที่ 14.30 บาท บวกไป 3.30 บาท พร้อมกับชนซิลลิ่ง 30% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 193 ล้านบาท ท่ามกลางค่า PE 12 เท่า ยังน่าสนใจอ๊ะป่าว?