แสงสว่างรำไร

* ประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” เกิดอาการหัวร้อนขึ้นมากะทันหัน น่าจะเป็นกระบวนการทางความคิดที่ค่อนข้างล่าช้าของคนในรัฐบาล จนทำให้ปัญหาหลายอย่างปูดโปนเป็นลูกระนาด และกลายเป็นประเด็นที่ทำให้ชาวบ้านร้านช่องก่นด่า “ลุงตู่” กันระงม เพราะไอเดียในการแก้ปัญหาค่อนข้างตื้นเขินเกินไป ซึ่งร้อนถึงหอการค้าไทยต้องร่อนจดหมายเชิญ 40 CEO ให้เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ไงล่ะคะ

เจาะกระดาน : โมนิก้าและทีมงาน

* ประเด็นที่ทำให้ “โมนิก้า” เกิดอาการหัวร้อนขึ้นมากะทันหัน น่าจะเป็นกระบวนการทางความคิดที่ค่อนข้างล่าช้าของคนในรัฐบาล จนทำให้ปัญหาหลายอย่างปูดโปนเป็นลูกระนาด และกลายเป็นประเด็นที่ทำให้ชาวบ้านร้านช่องก่นด่า “ลุงตู่” กันระงม เพราะไอเดียในการแก้ปัญหาค่อนข้างตื้นเขินเกินไป ซึ่งร้อนถึงหอการค้าไทยต้องร่อนจดหมายเชิญ 40 CEO ให้เข้ามาช่วยแก้ไขสถานการณ์ไงล่ะคะ

* ตรงนี้เป็นเรื่องราวที่ทุกคนรู้ดีแก่ใจ แต่ไม่มีใครอยากจะพูดถึงมากนัก เพราะมันไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ “โมนิก้า” จึงอยากส่งสารไปถึงคนในรัฐบาลให้สำเหนียกเรื่องนี้ไว้เยอะ ๆ และอย่าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ “ติดคนรวย ซวยคนจน” ขึ้นมาอีก! และหนทางเดียวที่จะทำให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้นเป็นลำดับคือ ต้องหาทางเร่งฉีดวัคซีนให้ได้มากสุดเท่าที่จะทำได้ และเลิกแทงกั๊กการเข้าถึงวัคซีนของคนที่พอจะมีกำลังทรัพย์เสียทีเถอะ..เสี่ยหนู!

* งานนี้หากรัฐบาลทำได้เหมือนที่คนทั่วไปรู้ ก็จะพลิกเกมที่มีแต่เสียง “ก่นด่า” กลายเป็นเสียง “ชื่นชม” เข้ามาแทนที่ ซึ่งจังหวะนี้เป็นไทม์ไลน์ดีมาก ๆ ที่จะเริ่มบูรณาการแนวทางการปฎิบัติงาน เพราะทุกคนรับรู้แล้วว่า สัปดาห์นี้ตัวเลขคนติดเชื้อโป่งสุด และมีความเป็นไปได้ที่ตัวเลขดังกล่าวจะคงที่ ต่อจากนั้นจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ “โมนิก้า” ถึงมองว่า สัปดาห์นี้รัฐบาลต้องโชว์ทีเด็ดที่จะเอามาสยบโควิดนะจะบอกให้

* เนื่องจากการวิ่งขึ้นของดัชนีมาปิดที่ 1,574.91 จุด บวกไป 25.95 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.74 หมื่นล้านบาท ล้วนมาจากความคาดหวังการแพร่เชื้อโควิด-19 สัปดาห์หน้าจะลดลง (ครบ 14 วันอันตรายศุกร์นี้) บรรดาขาลุยถึงกระโจนใส่หุ้นมือเป็นระวิง ผนวกกับได้แรงหนุนจากตัวเลขกำไรไตรมาสแรกของปี 2564 น่าจะออกมาดี ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนที่ไม่มีวันหยุดคั่นกลางสดใสวิบวับพะยะค่ะ

* โดยเฉพาะในรายของ TISCO โชว์กำไรไตรมาสแรกโต 19% ย่อมเป็นใบเบิกทางให้กับหุ้นกลุ่มการเงินตัว   อื่น ๆ วิ่งฉลุย  เพราะในมุมของการตั้งสำรองลดลง มันเป็นการสะท้อนถึงหนี้เสียเริ่มทรงตัว แถมมีรายได้จากไอบีเพิ่มขึ้น เหมือนเป็นการย้ำหัวหมุดว่า ตลาดไอพีโอกลับมาคึกคักหลังโดนโควิดเล่นงานมาพักใหญ่ ๆ เดี๊ยนถึงอยากให้แฟนคลับมองการขึ้นมาปิดที่ 98.50 บาท บวกไป 1 บาท หรือขึ้นไป 1% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 881 ล้านบาท น่าตามต่อไหม?

* ในเมื่อธุรกิจการเงินมาค่อนข้างดี “โมนิก้า” เลยไม่แปลกใจที่ BFIT ภายใต้สังกัดของ “ศรีสวัสดิ์” จะออกมาโชว์ของกับเขาด้วยคน แถมเมื่อดูจากการเทรดบนค่า PE 12 เท่าเป็นฐานข้อมูลหลัก ย่อมทำให้ขาลุยเทหมดหน้าตักแบบไม่ต้องคิดอะไรมาก วานนี้จึงเห็นหุ้นขึ้นมายืนปิดที่ 43 บาท บวกไป 9.75 บาท หรือขึ้นไปชนซิลลิ่ง ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.32 พันล้านบาทแบบสบาย ๆ นะตัวเอง

* ประเด็นดังกล่าวกลายเป็นชนวนเหตุที่ทำให้ “โมนิก้า” อยากเม้าท์ถึงหุ้นสุดป๊อบอย่าง GUNKUL ขึ้นมาทันที! เพราะในมุมของการเทรดบน PE 10 เท่า ท่ามกลางการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปีนี้ กลายเป็นจุดที่ย้ำหัวหมุดว่า การยืนปิดที่ระดับ 3.96 บาท บวกไป 0.24 บาท หรือขึ้นไป 6.45% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 927 ล้านบาท ยังเป็นจุดที่ลงทุนยาว ๆ ได้แบบ ส.บ.ม.ย.ห. นะคะ

* เม้าท์ถึงเรื่องพีคของธุรกิจขึ้นมาทั้งที “โมนิก้า” คงต้องมองไปยังหุ้นตระกูล JMART เพื่อชี้ให้เห็นการมาแบบขั้นเทพของหุ้นโตไม่หยุดอย่าง JMT และยังพ่วงธุรกิจที่เจาะตลาดกลางล่างอย่าง SINGER มาอีกด้วยแบบนี้ กลายเป็นช็อตที่ทำให้โบรกฯ แห่อัพเป้ากันทุกไตรมาสแบบนี้ เดี๊ยนคงไม่ต้องลงในรายละเอียดอะไรให้มากความ เพราะต้องการให้แฟนคลับเรียนรู้เรื่องนี้ด้วยตัวเองอีกครั้งเจ้าค่ะ

* เช่นเดียวกับการที่ GULF ประกาศทำเทนเดอร์ฯ หุ้นปั๊มเงินสดอย่าง INTUCH ที่ราคา 65 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าในกระดาน แต่ทำเทนเดอร์หุ้น ADVANC แค่ราคา 122.86 บาท ซึ่งเป็นราคาต่ำกว่าในกระดาน และไม่เทนเดอร์ฯ ในหุ้น THCOM ล้วนเป็นเหตุผลของพิธีการทางกฎหมาย เพราะรู้กันโดยทั่วไปว่า ถือหุ้นใหญ่อินทัชฯ ก็มีอำนาจควบคุมบริษัทที่เหลืออย่างเบ็ดเสร็จ “โมนิก้า” ถึงอยากให้ทุกคนมองไปข้างหน้าพร้อมกันว่า กัลฟ์กำลังต่อจิ๊กซอว์ทีละชิ้น เพื่อทำให้ทุกองคาพยพเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นหนังเรื่องยาวที่ต้องดูกันไปนาน ๆ นะจ๊ะ