สังคมข่าวหุ้น

เริ่มจาก ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF ที่ออกมาส่งสัญญาณชัดว่า GULF ไม่ได้มอง AI เป็นแค่เครื่องมือ แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจ”


เริ่มจาก ยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF ที่ออกมาส่งสัญญาณชัดว่า GULF ไม่ได้มอง AI เป็นแค่เครื่องมือ แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานธุรกิจ” รอบใหม่ ผ่าน GULF Edge ที่ถือหุ้น 100% และดีลกับ Kore.ai นั้นมีนัยมากกว่าความร่วมมือทั่วไป เพราะ Kore.ai ไม่ได้ขายแค่ chatbot แต่เป็นแพลตฟอร์มระดับ “multi-agent orchestration” ที่สามารถเชื่อม ERP, CRM และระบบองค์กรทั้งก้อนเข้าด้วยกัน เท่ากับว่า GULF กำลังวางตัวเองเป็น “AI integrator” ในประเทศไทย ใครที่อยู่ใน ecosystem นี้ มีโอกาสลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และใช้ข้อมูลทำเงินได้จริง เกมนี้จึงไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือการยึดพื้นที่ “ดิจิทัลอินฟราฯ” ที่กินยาวในอนาคต

ขยับมาที่ฝั่งบริการ กัณธิมา แจ้งวันสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ  SO กำลังเล่นเกมที่ต่างออกไป แต่ลึกไม่แพ้กัน กับโครงการ JUMP+ ที่เน้น Value Creation ไม่ใช่แค่ Revenue Growth การตั้งเป้าโต 10-13% ต่อปี เลือกลูกค้าที่มีกำไรสูง เลือกงานที่ scalable และผูกบริการ Outsource เข้ากับ Technology Service เพื่อทำให้ลูกค้า “ย้ายออกยาก” นี่คือการเปลี่ยนจากธุรกิจรับจ้าง มาเป็น “พาร์ตเนอร์เชิงกลยุทธ์” และการย้ำเรื่อง ESG ก็ไม่ใช่แค่ภาพลักษณ์ แต่เป็นเครื่องมือดึงเงินทุนในยุคที่นักลงทุนเลือกมากขึ้น

อีกฝั่งที่น่าสนใจคือ ปิยะศักดิ์ อุกฤษฎ์นุกูล กรรมการผู้จัดการใหญ่จาก บริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ที่เลือกเดินเกม AI แบบ “กระจายอำนาจ” ผ่านโครงการ AI Allowance ให้พนักงาน 300 คนมีงบไปทดลองใช้ AI เอง นี่คือการเปลี่ยน mindset จาก top-down เป็น bottom-up อย่างชัดเจน เพราะการใช้ AI ให้ได้ผลจริง ไม่ได้อยู่ที่การซื้อระบบแพง ๆ แต่อยู่ที่ “คนใช้เป็น” และ “ใช้จริง” สิ่งที่เงินติดล้อกำลังสร้างคือวัฒนธรรมองค์กรที่ AI เป็นเรื่องปกติ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการลดงานซ้ำซ้อน เพิ่มความเร็วในการตัดสินใจ และเปิดพื้นที่ให้คนไปโฟกัสงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น ซึ่งถ้าต่อยอดได้จริง margin จะดีขึ้นแบบยั่งยืน

ตัดมาที่ภาพใหญ่ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ต้องออกมายอมรับความจริงด้วยการปรับลดเป้านักท่องเที่ยวปี 2569 เหลือ 30-34 ล้านคน หดลงถึง 18% ตัวเลขนี้สะท้อนแรงกดดันจากภายนอกล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็นความไม่แน่นอนในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน หรือข้อจำกัดเที่ยวบิน แม้รายได้รวมยังแตะ 2.58 ล้านล้านบาท แต่ “คุณภาพการฟื้นตัว” เริ่มน่ากังวล เพราะตลาดหลักอย่างยุโรปและอเมริกาชะลอ ขณะที่จีนแม้ยังมา แต่ก็ไม่ได้พุ่งแรงเหมือนอดีต นี่คือสัญญาณว่าเครื่องยนต์ท่องเที่ยวไทยกำลังเข้าสู่ช่วง “เหนื่อยง่าย”

ฝั่งตลาดทุนยังเดินเกมตามสภาพดอกเบี้ยสูง บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA เตรียมออกหุ้นกู้ 3 ปี ดอกเบี้ย 4.70-4.90% ระดับ BBB เพื่อนำไปรีไฟแนนซ์หนี้ ในยุคต้นทุนการเงินแพง ขณะที่ วรวัฒน์ ชิ้นปิ่นเกลียว จากบริษัท ไทย โคโคนัท จำกัด (มหาชน) หรือ COCOCO ก็เลือกเดินเกมรุก ออกหุ้นกู้ 2 ชุด ดอกเบี้ยแตะ 5% เพื่อนำไปลงทุนต่อ นี่คือฝั่งที่ยัง “กล้าโต” สวนตลาด

เกียรติก้อง ว่องไวยากร

Back to top button