“สธ.” แจงเคสมีอาการคล้ายอัมพฤกษ์ หลังฉีด “ซิโนแวค” เป็นผลข้างเคียงชั่วคราว

“สธ.” แจงเคสมีอาการคล้ายอัมพฤกษ์ หลังฉีด “ซิโนแวค” เป็นผลข้างเคียงชั่วคราว อาการดีขึ้นใน 3 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีมีผู้เกิดอาการผิดปกติทางระบบประสาท หลังจากฉีดวัคซีนซิโนแวคของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดระยองและจังหวัดชลบุรี โดยวันนี้ (21 เม.ย.64) เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. ที่ผ่านมา ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) คณะทำงานติดตามอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีน ตั้งโต๊ะแถลงสรุปกรณีพบผู้มีอาการคล้ายกับโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะแขนขาอ่อนแรง จำนวน 6 รายใน จ.ระยอง ว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการฉีดวัคซีนต้านโควิดของซิโนแวค ซึ่งจากการตรวจอาการและพิจารณาข้อมูลโดยละเอียดพบว่าไม่ใช่โรคหลอดเลือดสมอง ดังนั้น การฉีดวัคซีนอาจเกิดผลข้างเคียงที่ทำให้เกิดอาการผิดปกติทางประสาทได้ แต่ไม่ได้พบบ่อย

สำหรับผู้ที่มีอาการผิดปกติทั้ง 6 รายมีอาการมากน้อยแตกต่างกัน แต่เป็นเพียงอาการชั่วคราว และหายเป็นปกติภายใน 1-3 วัน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ลงความเห็นว่าสามารถใช้วัคซีนลอตนี้ต่อไปได้ เพราะประโยชน์มากกว่าอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น ซึ่งมีการฉีดไปหลายแสนโดสแล้ว พร้อมแนะนำว่าทุกคนควรรับวัคซีนต้านโควิดเพราะประโยชน์ยังมีมากกว่าผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น

“กรณีคลัสเตอร์ที่จังหวัดระยองทั้ง 6 ราย เป็นอาการคล้ายสโตรกหรือหลอดเลือดสมองชั่วคราวมากน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งสามารถรักษาหายได้ภายใน 1-3 วัน สิ่งที่เกิดขึ้นยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเกิดจากอะไร พอสืบสวนโรคด้วย MRI สแกนก็พบว่าปกติ…แต่คิดว่าน่าจะเป็นอาการที่เกิดจากการฉีดวัคซีน ซึ่งจะติดตามต่อไป” ศ.พญ.กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าว

ศ.พญ.กุลกัญญา กล่าวว่า สำหรับวัคซีนล็อตดังกล่าวนั้นทางกองชีววัตถุได้ตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดปกติ โดยมีการตรวจสอบก่อนที่จะแจกจ่ายไปทั่วประเทศราว 5 แสนโดส และฉีดให้กับประชาชนมากกว่า 3 แสนราย ซึ่งฉีดไปเกือบหมดแล้วแต่ไม่พบความผิดปกติ และต้องติดตามว่าจะเกิดเหตุการณ์ในทำนองนี้อีกหรือไม่

“คณะกรรมการลงความเห็นว่าสามารถใช้วัคซีนล็อตนี้ต่อไปได้ เนื่องจากเกิดประโยชน์มากกว่าอาการข้างเคียงที่เป็นชั่วคราว และไม่มีอันตรายใดๆ ส่วนอาการที่เกิดก็เป็นเพียงกลุ่มก้อนเดียว และจากการใช้วัคซีนนี้ในต่างประเทศก็ไม่ได้มีปัญหา” ศ.พญ.กุลกัญญา กล่าว

โดยเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่มีการฉีดวัคซีนจำนวนมาก แต่จะมีการติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัย

สำหรับกรณีนี้ยังสามารถรับวัคซีนเข็มสองได้ ยกเว้นกรณีที่มีอาการแพ้วัคซีน เช่น เกิดผื่นแดง แน่นหน้าอก จะเปลี่ยนไปใช้วัคซีนตัวใหม่ที่มีส่วนประกอบแตกต่างไปจากวัคซีนตัวเดิม โดยอาการแพ้วัคซีนนั้นไม่สามารถคาดเดาไม่ได้ แต่มีโอกาสเกิดน้อยมาก ขอให้มั่นใจว่ามีความปลอดภัยสูง

ด้าน พญ.ทัศนีย์ ตันติฤทธฺศักดิ์ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ ในฐานะนายกสมาคมประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังเกิดอาการไม่พึงประสงค์ดังกล่าวแล้วแพทย์ได้ให้การรักษาตามมาตรฐาน โดยให้ยาละลายลิ่มเลือดภายใน 4.5 ชั่วโมง เป็นการรักษาฉุกเฉินที่มีข้อจำกัดเนื่องเวลาแต่ไม่เป็นอันตราย หลังจากนั้นได้เอ็กซเรย์สมองซึ่งไม่พบสิ่งผิดปกติ และทุกรายมีอาการกลับมาเป็นปกติ รายที่หายช้าสุดใช้เวลา 3 วัน และตรวจรักษาเพิ่มเติมไม่พบปัญหาเนื้อสมองตาย หรือหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นได้แต่ไม่พบบ่อย นอกจากนี้ยังมีอาการที่เกี่ยวกับระบบประสาที่พบบ่อยคืออ่อนเพลียและง่วงนอน

“คลัสเตอร์ที่ระยองคิดว่ามีสาเหตุจากการฉีดวัคซีน แต่สาเหตุลึกลงไปคงต้องศึกษาและสืบค้นเพิ่มเติม แม้อาการจะกลับมาเป็นปกติแล้วก็ยังติดตามต่อเนื่อง” พญ.ทัศนีย์ กล่าว

ขณะที่ นพ.ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิริ นายแพทย์ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า กระทรวงฯ จะปฏิบัติตามคำแนะนำของคณะทำงานและผู้เชี่ยวชาญ เพื่อประเมินสถานการณ์ และให้ความมั่นใจกับประชาชน เนื่องจากการฉีดวัคซีนจะเป็นมาตรการควบคุมโรคในระยะยาว เมื่อมีการฉีดแล้ว 70% ของประชากรทั้งหมด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

“แผนการฉีดวัคซีนยังดำเนินการไปตามปกติ จากผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม ดูแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลข้างเคียงที่เราคาดการณ์ไว้” นพ.ทวีทรัพย์ กล่าว