ADVANC ก้าวขึ้นผู้นำยุค 5G! ลุ้นปีนี้จ่ายปันผล 70% จากกำไรสุทธิ

ADVANC ก้าวขึ้นผู้นำยุค 5G! ลุ้นปีนี้จ่ายปันผล 70% จากกำไรสุทธิ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC อาจเริ่มเห็นการฟื้นตัวหลังจากเจอผลกระทบจากโควิด-19 เมื่อปีที่ผ่านมา แม้ว่าอาจจะมีความล่าช้าจากการจำกัดการเดินทาง และนักท่องเที่ยวยังมีความซบเซา แต่อย่างไรก็ดีทาง AIS กำลังหาทางควบคุมค่าใช้จ่ายในการลงทุนในปีนี้ให้เหลือไม่เกิน 30,000 ล้านบาท หากเทียบกับที่มีการลงทุนในปี 2563 จำนวน 35,000 ล้านบาท โดยบริษัทกำลังสนับสนุนธุรกิจ fixed-line และ enterprise เพื่อที่จะกระจายความเสี่ยงออกไปจากธุรกิจสื่อสารเคลื่อนที่ที่ยังคงมีการแข่งขันสูง ซึ่งมีแรงกดดันในการลดราคาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามภายใต้การแข่งขันสูงของธุรกิจสื่อสาร แต่ AIS ยังมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำในยุค 5G เพราะมีคุณภาพบริการที่ดีขึ้น บริษัทได้รับแบนด์วิดท์มากที่สุดในการประมูล 5G ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยได้แบนด์วิดท์ทั้งหมด 1,310 MHz ขณะที่ TRUE ได้ 890 MHz และ Total Access ได้คลื่น 200 MHz

โดยสิ่งที่น่าสนใจตามมา AIS อาจจ่ายเงินปันผลที่ 70% ในปีนี้  โดยเชื่อว่าเป็นเพราะมีการใช้จ่ายอย่างรอบคอบในการเปิดตัวเครือข่าย 5G   เพราะบริษัทตั้งงบประมาณใช้จ่ายเงินทุนลดลง 14-29% ในปี 2564 หลังจากเพิ่มขึ้น 75% ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากมีแผนจะค่อยๆขยายบริการ 5G ในพื้นที่มีอัตราการใช้โทรศัพท์ 5G สูง พร้อมกับการชำระเงินในคลื่นความถี่ 5G ที่ยาวนานขึ้น  7-10 ปี ควรจะช่วยลดแรงกดดันในเรื่องกระแสเงินสดด้วยเช่นกัน

ส่วนกรณีข้อพิพาททางกฎหมายของ AIS กับ TOT ยังคงอยู่ บริษัทอาจต้องจ่ายเงินให้ทีโอที 31,000 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอย่างน้อย 19,000 ล้านบาท  โดยทางนักวิเคราะห์คำนวณว่า หนี้สินอาจเพิ่มประมาณ 36% ต่อหนี้สุทธิของ AIS และประสิทธิภาพในการดำเนินงานของ AIS ก็ได้รับแรงกดดันเช่นกัน เนื่องจากต้องจ่ายเงินจำนวนมากให้กับ TOT และต้องจ่ายค่าเช่าเสาทีโอทีปีละ 2.4 พันล้านบาท ค่าคลื่น 3.9 พันล้านบาทและค่าอุปกรณ์ 2 พันล้านบาท

โดย AIS ทำข้อตกลงในเดือนมกราคม 2561 เพื่อเปลี่ยนทราฟฟิก 3G  ไปยังคลื่นความถี่ 2.1 GHz ของ TOT และเปิดให้ใช้วิดท์แบนด์ 4 จี ของตัวเอง การใช้บริการ 4G ของสมาชิกของ AIS สูงถึง 77% เทียบกับ Total Accessซึ่งมี 64% ในไตรมาส 4

นอกจากนี้มีการประเมินแนวโน้มกำไรหลังไตรมาส 4/2564  ว่าช่วยหนุนการเติบโตของกำไรของ AIS ให้อาจเพิ่มขึ้นในปี 2564 หลังจากฟื้นตัวในไตรมาส 4 เนื่องจากต้นทุนสินเชื่อต่ำลง  รายได้จากมือถืออาจลดลงน้อยลง  จากที่ลดลง 8.7% ใน 4/2564 เนื่องจากแผน 5G เพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อยูสเซอร์เฉลี่ยประมาณ 10-15% โดย AIS คาดว่ายอดผู้ใช้บริการ 5G จะแตะ 1 ล้านคนในปีนี้หลังจากเกินเป้าปี 2563  มากกว่า 2 เท่า โดยแตะ 239,000 คน  ยอดขายบรอดแบนด์แบบคงที่ ก็อาจช่วยเพิ่มการเติบโตเป็นเลขสองหลักเนื่องจาก สมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งแม้จะมีการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง  อัตรากำไร Ebitda สามารถคงที่แม้จะมีความต้องการ iPhone 12 อย่างแข็งแกร่ง เนื่องจากมีการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายทางการตลาดและการบริหาร

โดยประเมินว่าการเติบโตของกำไรอาจเพิ่มขึ้นหลังจากไตรมาส 4/2563 โต 5% โดยมาจากรายได้จากมือถืออาจลดน้อยลงเนื่องจากแผน 5G ขณะเดียวกันยอดขายบรอดแบนด์แบบคงที่ อาจช่วยรักษาการเติบโตเป็นเลขสองหลักได้ต่อไป และ Ebitda Margin อาจคงที่เพราะมีการควบคุมต้นทุนอย่างเข็มงวด

ด้านการเติบโตของรายได้จากบริการหลักของ AIS อาจฟื้นตัวในปีนี้หลังจากที่ลดลง 5% ในปี 2563 โดยรายได้เฉลี่ยของมือถือต่อยูสเวอร์ อาจลดลงน้อยลงหลังจากที่ลดลง 7% ในไตรมาส 4/2563 เนื่องจากแผน 5G ช่วยเพิ่ม ARPU ได้ประมาณ 10-15% โดยเฉลี่ยเมื่อเทียบกับ 4G

ทั้งนี้เนื่องจาก AIS ตั้งเป้าเพิ่มผู้ใช้บริการ 5G เป็น 1 ล้านคนในปี 2564 หลังเอาเกินเป้าหมายในปีที่แล้ว การเติบโตของยอดขายบรอดแบนด์แบบคงที่ ยังอาจโตเป็นเลขสองหลักได้ แม้จะมีแรงกดดันด้านราคา เนื่องจาก บริษัทพยายามเพิ่มจำนวนสมาชิก fiber-broadband ประมาณ 20% เป็น 1.6 ล้านคนในปีนี้

ขณะที่อัตรากำไร EBITDA ของ AIS อาจคงที่ในปี 2564 เนื่องจากการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและการตลาดอย่างเข้มงวด ต้นทุนค่าเสื่อมราคา อาจลดลงเช่นกัน เนื่องจากคาดว่าการใช้จ่ายเงินทุนในปีนี้จะลดลงเหลือ 25,000-33,000 ล้านบาท จาก 30,000 ล้านบาทในปี 2563

 

คำค้น