JWD บวก 4% นิวไฮรอบ 3 ปี คาดเก็งฯ แผนธุรกิจเด่น-เล็งดันบ.ย่อยเข้าตลาดปี 65-66

JWD บวก 4% นิวไฮรอบ 3 ปี คาดเก็งฯ แผนธุรกิจเด่น-เล็งดันบ.ย่อยเข้าตลาดปี 65-66 ล่าสุดอยู่ที่ 10.60 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 3.92% มูลค่าซื้อขาย 113.01 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JWD ล่าสุด ณ เวลา 10.51 น. อยู่ที่ 10.60 บาท บวก 0.40 บาท หรือ 3.92% สูงสุดที่ 10.70 บาท ต่ำสุดที่ 10.20 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 127.95 ล้านบาท

ทั้งนี้ ราคาหุ้น JWD ปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 10.80 บาท เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2561 คาดนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไร หลังบริษัทตั้งเป้า 5 ปีผลักดันรายได้เพิ่มขึ้นแตะระดับ 10,000 ล้านบาท

โดย นายชวนินทร์ บัณฑิตกฤษดา ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JWD เปิดเผยว่า บริษัทวางแผนการดำเนินงานในระยะเวลา 5 ปี (ปี 64-68) จะผลักดันรายได้เพิ่มขึ้นแตะระดับ 10,000 ล้านบาท และมีอัตรากำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 15% ด้วยการขับเคลื่อนธุรกิจให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเดินหน้าขยายการลงทุนด้วยการเข้าซื้อกิจการ (M&A) และการร่วมลงทุน (JV)

รวมทั้งเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่ที่จะเป็น New S-Curve สามารถต่อยอดธุรกิจปัจจุบัน และขยายการลงทุนในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม, กัมพูชา และอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมงบลงทุนไว้ราว 15,000 ล้านบาทในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ซึ่งแหล่งเงินทุนจะมาจากหลากหลายช่องทางทั้งกระแสเงินสด,วงเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน,การเสนอขายหุ้นกู้ รวมถึงการจัดตั้งกองทรัสต์เพื่อระดมทุนและทำสัญญาให้เช่าทรัพย์สินแก่กองทรัสต์

นอกจากนี้ บริษัทคาดว่าจะนำบริษัท เจดับเบิ้ลยูดีทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ JWD ที่ถือหุ้นอยู่สัดส่วน 70% เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปี 65-66

ล่าสุด เจดับเบิ้ลยูดีทรานสปอร์ต ได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท วีเอ็นเอส ทรานสปอร์ต จำกัด (VNS) และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง  โดยจะใช้เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 200 ล้านบาท ภายหลังควบรวมกิจการแล้วบริษัทจะเดินหน้าขยายฐานธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าอื่นๆที่มีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว อาทิ การรับขนส่งสินค้าเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย, สินค้าทั่วไป, สินค้าขนาดใหญ่, บริการขนส่งด่วนแบบควบคุมอุณหภูมิ, บริการขนส่งข้ามแดน ฯลฯ โดยจะเริ่มรับรู้รายได้จากการลงทุนตั้งแต่ไตรมาส 2/64 เป็นต้นไป

สำหรับทิศทางผลประกอบการปีนี้บริษัทยังคงเป้ารายได้โตไม่ต่ำกว่า 15% จากปีก่อน โดยมั่นใจว่าผลงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้จะทำได้ตามเป้าหมาย แม้มีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ เนื่องจากตลาดที่บริษัทเข้าไปจับเป็นเทรนด์ที่กำลังเติบโต และมีการกระจายความเสี่ยงรวมถึงการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศด้วย

ด้านงบลงทุนปีนี้บริษัทเตรียมไว้ประมาณ 1,000-1,200 ล้านบาท สำหรับใช้ซ่อมบำรุงหรือดูแลทรัพย์ประมาณ 200-300 ล้านบาท และใช้ในการขยายกิจการเดิม เช่น การก่อสร้างคลังสินค้ามูลค่า 300-400 ล้านบาท และที่เหลือสำหรับซื้อกิจการ (M&A) และขยายกิจการในธุรกิจใหม่ๆ