น้ำมันดิบปิดบวกหลังเงินดอลล์อ่อนค่า

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (1 ก.ค.) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์จะส่งผลให้สัญญาน้ำมันซึ่งซื้อขายในสกุลเงินดอลลาร์ได้รับความสนใจจากนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่นๆ

สำนักข่าวอินโฟเควสท์รายงานว่า สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 66 เซนต์ หรือ 1.4% ปิด (1 ก.ค.) ที่ 48.99 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนส.ค.เพิ่มขึ้น 67 เซนต์ หรือ 1.3% ปิดที่ 50.35 ดอลลาร์/บาร์เรล ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังดัชนีดอลลาร์ ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักในตะกร้าเงินปรับตัวลดลง 0.43% ที่ระดับ 95.725 ในช่วงสุดท้ายของการซื้อขายระหว่างวัน

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับปัจจัยหนุนจากรายงานที่บ่งชี้ว่าอุปทานน้ำมันในสหรัฐปรับตัวลดลง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 4.1 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว สู่ระดับ 526.6 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้

ขณะที่สถาบันปิโตรเลียมอเมริกัน (API) รายงานก่อนหน้านี้ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐลดลง 3.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลงเพียง 2.4 ล้านบาร์เรล
บริษัทเบเกอร์ ฮิวส์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับน้ำมันรายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสหรัฐที่เปิดดำเนินงานในระหว่างสัปดาห์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 11 แห่งเป็น 431 แห่ง ณ วันศุกร์