
FTREIT ลงทุน 872 ล้านบาท ซื้อโรงงาน-คลังสินค้า 5 หลัง เพิ่มพื้นที่เช่า 4.1 หมื่นตร.ม.
FTREIT เข้าลงทุนโรงงานและคลังสินค้าในปราจีนบุรี-อยุธยา รวม 5 หลัง 11 ยูนิต มูลค่า 872 ล้านบาท เพิ่มพื้นที่ให้เช่า 41,380 ตารางเมตร เป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนที่ผู้ถือหน่วยอนุมัติวงเงินไม่เกิน 2,784 ล้านบาท
นายภูมภาร อรุณธรรมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล รีท แมนเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 กองทรัสต์ได้เข้าลงทุนในทรัพย์สินเพิ่มเติมบางรายการเรียบร้อยแล้ว มูลค่ารวมประมาณ 872.6 ล้านบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุน
โดยทรัพย์สินที่เข้าลงทุนครั้งนี้ประกอบด้วย อาคารโรงงานและคลังสินค้ารวม 5 หลัง แบ่งเป็น 11 ยูนิต มีพื้นที่อาคารให้เช่าสุทธิรวมประมาณ 41,380 ตารางเมตร ครอบคลุมโครงการในจังหวัดปราจีนบุรีและพระนครศรีอยุธยา
สำหรับการลงทุนในโรงงาน กองทรัสต์รับโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดิน รวมถึงกรรมสิทธิ์ในอาคารและทรัพย์สินส่วนควบจากบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) จำนวน 3 หลัง แบ่งเป็น 3 ยูนิต พื้นที่ให้เช่ารวมประมาณ 10,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย โรงงานในเขตประกอบการอุตสาหกรรมกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 1 หลัง และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ปราจีนบุรี อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน 2 หลัง
ส่วนการลงทุนในคลังสินค้า กองทรัสต์รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดิน อาคาร และทรัพย์สินส่วนควบจากบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ อินดัสเทรียล (ประเทศไทย) จำกัด ในโครงการเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โลจิสติกส์ พาร์ค (วังน้อย 2) อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำนวน 2 หลัง แบ่งเป็น 8 ยูนิต พื้นที่ให้เช่ารวมประมาณ 31,380 ตารางเมตร
ทั้งนี้ การลงทุนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแผนลงทุนเพิ่มเติมที่ที่ประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 อนุมัติไว้ ประกอบด้วยกรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองในที่ดิน และกรรมสิทธิ์ในอาคารโรงงานและคลังสินค้ารวม 9 หลัง แบ่งเป็น 21 ยูนิต มูลค่ารวมไม่เกิน 2,784.4 ล้านบาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุน
สำหรับแหล่งเงินทุนตามแผนดังกล่าวจะมาจากเงินกู้ยืมระยะสั้น และ/หรือระยะยาว ภายใต้กรอบวงเงินที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมสามัญผู้ถือหน่วยทรัสต์ประจำปี 2564 และ/หรือเงินสดของกองทรัสต์

