
ASPS ชี้หุ้นไทยรับแรงหนุน FTSE รีบาลานซ์ ชู 5 กลุ่มแลกการ์ด
บล.เอเซีย พลัส (ASPS) มองหุ้นไทยฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังปัจจัยกดดันในต่างประเทศเริ่มผ่อนคลาย รวมถึงความหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ "ไทยช่วยไทย พลัส" ของรัฐบาล และเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าจากการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE อีกกว่า 9 พันล้านบาท พร้อมเปิดโผ 5 กลุ่มแลกการ์ดน่าสะสมรับช่วงไฮซีซั่น ชู CPN, CBG และ DELTA
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด หรือ ASPS ระบุว่า แม้ดัชนีหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปีจะปรับตัวขึ้นมาแล้วกว่า 25.7% แต่ยังมีหลายกลุ่มอุตสาหกรรมที่ราคาปรับตัวขึ้นช้ากว่าตลาด (Laggard) ฝ่ายวิจัยฯ จึงแนะนำกลยุทธ์ “Selective Buy” ใน 5 กลุ่มที่คาดว่าจะฟื้นตัวรับช่วงไฮซีซั่นในงวดไตรมาส 4
ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว (นับตั้งแต่ต้นปีบวก 8.4%) รับอานิสงส์ช่วงไฮซีซั่นของการเดินทาง, กลุ่มการแพทย์ (นับตั้งแต่ต้นปีบวก 7.6%) ได้แรงหนุนจากการใช้สวัสดิการตรวจสุขภาพปลายปี, กลุ่มค้าปลีก (นับตั้งแต่ต้นปีบวก 6.8%) รับประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, กลุ่มสื่อสาร (นับตั้งแต่ต้นปีบวก 6.5%) รับอานิสงส์ฤดูกาลเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ และ กลุ่มการเงิน (นับตั้งแต่ต้นปีบวก 7.3%) มีโอกาสฟื้นตัวตามกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ
พร้อมกันนี้ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังมีแรงหนุนจากการปรับสมดุลพอร์ตของนักลงทุนต่างชาติ ตามการปรับน้ำหนักดัชนี FTSE Global Equity Index (มีผลราคาปิดวันที่ 18 ก.ย. 2569) โดยกลุ่ม Large Cap ได้ปรับ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ออกไปอยู่กลุ่ม Mid Cap ขณะที่กลุ่ม Mid Cap ได้ถอด บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS, บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH, บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ SCCC และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU ออกไปอยู่กลุ่ม Small Cap
ส่วนกลุ่ม Small Cap ได้เพิ่ม กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ หรือ FTREIT และ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เข้าคำนวณใหม่ ซึ่งประเมินว่าจะช่วยเพิ่มมูลค่าการซื้อขายในตลาดให้คึกคักขึ้นราว 9,000 ล้านบาท และหนุนดัชนีเปิดบวกทดสอบแนวต้าน 1,600 จุด
ทั้งนี้ บรรยากาศลงทุนตลาดหุ้นทั่วโลกเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวหลังจากปัจจัยกดดันหลักผ่อนคลายลง ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับลดลงช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) ที่ปรับลดลง และการชะลอการประกาศมาตรการภาษีในสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน ชั่วคราว
สำหรับตลาดหุ้นไทยคาดได้รับปัจจัยขับเคลื่อนเชิงบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยกระทรวงการคลังเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อต่ออายุมาตรการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ออกไปอีก 2 เดือน รวมถึงการติดตามผลเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ

