
LH Fund จัดเต็ม 2 RMF ใหม่ เปิดทางลงทุนรับวัยเกษียณ พ่วงสิทธิประโยชน์ภาษี
บลจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Fund) เปิดขาย IPO 2 กอง RMF พร้อมกัน 28 ต.ค. – 13 พ.ย. 2569 ชู “LHAIRMF” และ “LHSET100RMF” เพิ่มทางเลือกลงทุนเพื่อเกษียณและสิทธิประโยชน์ทางภาษี
นายมนรัฐ ผดุงสิทธิ์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (LH Fund) เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวกองทุน LHAIRMF และ กองทุน LHSET100RMF สะท้อนแนวคิดในการสร้างทางเลือก RMF ที่ครอบคลุมทั้ง Growth Theme ระดับโลก และ Core Exposure ในตลาดหุ้นไทย โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายการวางแผนเกษียณและการจัดพอร์ตของตนเอง กองทุนทั้งสองจะเปิดเสนอขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม – 13 พ.ย.2569
ทั้งนี้ การออกกองทุน RMF ทั้ง 2 กองในครั้งนี้เป็นการต่อยอดแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ LH Fund ที่มุ่งคัดเลือกธีมและสินทรัพย์ที่มีปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป พร้อมเพิ่มทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการวางแผนเพื่อการเกษียณและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยเลือกทั้ง ธีมการเติบโตระดับโลกอย่าง AI และ ตลาดหุ้นไทยผ่านบริษัทขนาดใหญ่ใน SET100 เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถจัดพอร์ต RMF ให้สอดคล้องกับมุมมองและระดับความเสี่ยงที่แตกต่างกัน
สำหรับ ตลาดหุ้นไทย ดัชนี SET หลังปรับตัวลง 2.3% ในเดือนก.ย. 2569 แต่ก็สามารถฟื้นตัวขึ้นได้ในเดือนตุลาคม มาอยู่ที่ระดับประมาณ 1,579 จุด ณ วันที่ 26 ต.ค.2569 หรือ 25% จากสิ้นปี 2568 ด้านปัจจัยพื้นฐานยังได้รับแรงสนับสนุนจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งขยายตัวดีกว่าคาดตามวัฏจักรเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 เติบโต 2.3%
ขณะที่ BOI รายงานมูลค่าโครงการที่ได้รับอนุมัติส่งเสริมการลงทุนในครึ่งแรกของปีสูงถึง 1.31 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและ Data Center ซึ่งช่วยสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนขนาดใหญ่ในกลุ่มธนาคาร พลังงาน อิเล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยี
LH Fund มองว่า จังหวะของตลาดหุ้นไทยในปัจจุบันมีปัจจัยสนับสนุนจากวัฏจักรการลงทุนและการส่งออก จึงพัฒนา LHSET100RMF เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการสะสมหุ้นไทยขนาดใหญ่ควบคู่กับการวางแผนเกษียณและสิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยกองทุนต่อยอดแนวทางจาก LHSET100 เน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET100 และบริหารแบบ Passive Management มุ่งให้ผลการดำเนินงานเคลื่อนไหวตาม SET100 Free Float Adjusted Market Capitalization Weighted Total Return Index ซึ่งเปิดโอกาสให้เข้าถึงบริษัทขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง ผ่านดัชนีที่คำนึงถึง Free Float และรวมผลตอบแทนจากเงินปันผลในรูป Total Return Index
ด้าน ตลาด AI แม้หุ้นเทคโนโลยีจะเผชิญความผันผวนจาก Valuation และต้นทุนเงินทุน แต่การลงทุนเชิงโครงสร้างยังเติบโตในระดับสูง โดย Gartner คาดว่า เม็ดเงินใช้จ่ายด้าน AI ทั่วโลกในปี 2026 จะอยู่ที่ประมาณ 2.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 49.5% จากปีก่อน ในจำนวนนี้ AI Infrastructure มีมูลค่าราว 1.48 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ครอบคลุม Semiconductor, AI Servers, Network Fabric และ Compute Infrastructure ขณะที่การใช้จ่ายใน AI Software คาดอยู่ที่ประมาณ 461.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนการขยายตัวของ AI จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การใช้งานจริงในองค์กร การเพิ่มประสิทธิภาพ และการสร้างรายได้ ทำให้ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับบริษัทที่สามารถเปลี่ยน AI Adoption เป็นรายได้ กำไร และกระแสเงินสดได้อย่างชัดเจนมากขึ้น
LH Fund มองว่า การเติบโตของ AI ยังอยู่ในช่วงขยายตัว และความผันผวนของหุ้นเทคโนโลยีเปิดโอกาสให้ลงทุนแบบ Selective มากขึ้น สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของบริษัทในการพัฒนากองทุน Thematic จึงเปิดตัว LHAIRMF เพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงโอกาสการเติบโตของ AI พร้อมวางแผนเกษียณและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี โดยกองทุนครอบคลุมการลงทุนตลอดห่วงโซ่ AI ตั้งแต่ Semiconductor, AI Infrastructure, Cloud, AI Platforms ไปจนถึง Software และ Applications และต่อยอดแนวทางจากกองทุน LHAI ซึ่งลงทุนผ่าน Roundhill Generative AI & Technology ETF (CHAT) กองทุน ETF ที่บริหารแบบ Active Management และลงทุนในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Generative AI และเทคโนโลยีทั่วโลก
อาทิ NVIDIA, Alphabet, Microsoft, Meta, SK hynix, Amazon, AMD, Micron, Arm และ ASML โดยกองทุนหลักได้รับ Morningstar Rating 5 ดาว ในกลุ่ม Technology ข้อมูล ณ 30 กันยายน 2569
“เรามองว่าปัจจุบันเป็นช่วงที่น่าสนใจสำหรับการเพิ่มทางเลือกการลงทุนเพื่อเกษียณ ทั้งตลาดหุ้นไทยที่ได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรการลงทุนและการส่งออก รวมถึง AI ที่ยังมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการนำไปใช้งานจริงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันความผันผวนของตลาดช่วยให้ผู้ลงทุนต้องกลับมาให้ความสำคัญกับคุณภาพและการคัดเลือกมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของ LH Fund ที่มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนากองทุน Thematic และคัดเลือกธีมที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับการเติบโต” นายมนรัฐ กล่าว

