
SCBAM ยืนเป้า AUM กว่า 2 ล้านลบ. ชูหุ้นปันผลสูงรับโฟลว์ต่างชาติ ลุ้นปีนี้แตะ 1,640 จุด
บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) ยืนเป้ารักษาระดับAUMกว่า 2 ล้านล้านบาท หลังรับแรงกดดันตลาดตราสารหนี้ผันผวนทำเงินไหลออกบางส่วน ยัน หากตลาดกลับสู่เสถียรภาพหนุนสินทรัพย์เติบโตต่อเนื่อง ด้านกองทุนรวมหุ้นไทย AUM พุ่งแตะ 1.3-1.5 แสนล้านบาท ชี้ เริ่มเห็นสัญญาณต่างชาติกลับเข้าซื้อ มองหุ้นแบงก์-บิ๊กแคปปันผลสูง 5-6% น่าสนใจ พร้อมคงเป้า SET ปีนี้ 1,640 จุด
นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBAM) เปิดเผยว่า บริษัทมั่นใจหากไม่มีปัญหาจากความผันผวนในตลาดตราสารหนี้เพิ่มขึ้นสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของบริษัทจะสามารถยืนอยู่ที่ระดับกว่า 2 ล้านล้านบาทได้จากปัจจุบันที่บริษัทยังคงสามารถรักษา AUM ให้อยู่ในระดับมากกว่า 2 ล้านล้านบาทได้ โดยมีสินทรัพย์กองทุนรวม 1,162,229 ล้านบาท กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 201,727 ล้านบาท และกองทุนส่วนบุคคล 700,296 ล้านบาท
“ช่วงที่ผ่านมา AUM ได้รับแรงกดดันจากความผันผวนของตลาดตราสารหนี้ โดยเฉพาะตราสารหนี้ระยะยาวที่ได้รับผลกระทบจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนบางส่วนไหลออกไปยังสินทรัพย์ทางเลือก ทองคำ และกองทุนของบริษัทคู่แข่งที่สามารถโยกเงินไปลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นได้รวดเร็วกว่า ทั้งนี้ หากอัตราดอกเบี้ยและตลาดตราสารหนี้เริ่มมีเสถียรภาพ บริษัทเชื่อว่าจะช่วยลดความผันผวนและบรรเทาแรงกดดันต่อ AUM โดยหากไม่มีปัจจัยดังกล่าว AUM ของบริษัทควรอยู่ในระดับ 2 ล้านล้านบาทเศษ”นายณรงค์ศักดิ์ กล่าว
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับตลาดหุ้นไทย ปัจจุบัน SCBAM มี AUM ในส่วนกองทุนหุ้นไทยประมาณ 130,000-150,000 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับระดับราคาและภาวะตลาด โดยเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่ไหลเข้าสู่หุ้นไทยอย่างต่อเนื่องส่วนใหญ่มาจากกองทุนระยะยาว เช่น กองทุนRMF กองทุน SSF และกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ขณะที่การเติบโตของเม็ดเงินลงทุนในกองทุนหุ้นโดยรวมยังอยู่ในระดับจำกัด มีส่วนเพิ่มเงินลงทุนประมาณ 3-5% ต่อปี อีกทั้งอุตสาหกรรมยังขาดแรงผลักดันเพื่อส่งเสริมการลงทุนในตลาดทุนไทยอย่างจริงจัง
สำหรับแนวโน้มดัชนี SET ปีนี้ บริษัทคงเป้าหมายที่ 1,640 จุด แม้ประเมินว่าดัชนีอาจขึ้นไปไม่ถึง 1,700 จุด ส่วนปี 2570 ตั้งเป้าหมายที่ 1,710 จุด คิดเป็น Forward P/E ประมาณ 15 เท่า และมี Upside ราว 8% ไม่รวมเงินปันผล คาดว่า Dividend Yield ของตลาดหุ้นไทยทั้งปีนี้และปีหน้าจะอยู่ใกล้ 4% ทั้งนี้ ในระยะสั้นเริ่มเห็นสัญญาณเงินทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อหุ้นไทย โดยระดับดัชนีประมาณ 1,500 จุดเริ่มมีแรงซื้อ หลัง Valuation ปรับลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยและตลาดยังให้ผลตอบแทนเงินปันผลในระดับจูงใจ
ทั้งนี้ หากการลงทุนในกลุ่ม AI ทั่วโลกให้ผลตอบแทนไม่สูงตามคาด อาจเกิดการกระจายเงินลงทุนไปยังตลาดที่มีเงินปันผลสูง กระแสเงินสดชัดเจน และมีความสามารถในการป้องกันความเสี่ยง ซึ่งหุ้นไทยมีโอกาสได้รับอานิสงส์ โดยเฉพาะหุ้นธนาคารพาณิชย์และหุ้นขนาดใหญ่ที่มีคุณภาพ ซึ่งบางกลุ่มให้ Dividend Yield ราว 5-6% อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดจะเป็นแบบ Selective Recovery เนื่องจากคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีหน้าจะเติบโตเพียงระดับ 2% ต้น ๆ ขณะที่กำไรบริษัทจดทะเบียนปีนี้มีแนวโน้มเติบโตประมาณ 25% จากแรงหนุนของพลังงานและปิโตรเคมี แต่ปีหน้าอาจทรงตัวเมื่อแรงส่งจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง
นายณรงค์ศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ลงทุนหุ้นไทยปี 2570 SCBAM เน้น 4 ธีม ได้แก่ หุ้นที่ได้ประโยชน์จากห่วงโซ่อุปทาน AI และการลงทุน Data Center หุ้นเติบโตจากโครงสร้างพื้นฐานและแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) หุ้นคุณภาพที่มีความสามารถบริหารต้นทุนและสร้างผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น และหุ้นปันผลสูงที่จ่ายสม่ำเสมอ โดยยังมองโอกาสในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว และสาธารณูปโภค ขณะที่เงินลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) และการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในไทยเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจระยะยาว ด้านการจัดพอร์ตโดยรวมยังให้น้ำหนักทั้งหุ้นและตราสารหนี้
พร้อมแนะนำกระจายความเสี่ยงผ่านทองคำ กองทุน Absolute Return และ Income Fund ส่วนหุ้นต่างประเทศยังสนใจตลาดสหรัฐฯ และเอเชีย โดยเฉพาะ Semiconductor, Hyperscaler และ Cybersecurity ที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของ AI

