ORI งัดกลยุทธ์ “Property Live” กวาดยอดขาย “ดิ ออริจิ้น” กว่า 200 ลบ.

ORI กวาดยอดขายจาก “ดิ ออริจิ้น” กว่า 200 ล้าน หลังงัดกลยุทธ์ “Property Live” ขนทัพคอนโดขาย Gen Z ผ่านไลฟ์เฟซบุ๊ก


นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด ผู้พัฒนาโครงการกลุ่มสมาร์ทคอนโดมิเนียมในเครือ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI เปิดเผยว่า แม้ผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 จะส่งผลให้ยอดการเยี่ยมชมโครงการอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลงจากช่วงเวลาปกติ แต่บริษัทยังคงสามารถสร้างยอดขายใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด บริษัทได้ต่อยอดจากการพัฒนาแพลทฟอร์มอีเวนท์การขายออนไลน์ Evenprop.com สู่การทำกลยุทธ์ “Property Live” นำคอนโดมิเนียมแบรนด์ ดิ ออริจิ้น (The Origin) แบรนด์คอนโดมิเนียมเจาะตลาดคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z 10 โครงการ 10 ทำเล มาผนวกกับแคมเปญ “The Origin 10 Big Surprise” ขายคอนโดผ่าน Live เฟซบุ๊ก รายการ “คอนโดน่าไลฟ์” พร้อมโปรโมชั่นลด แจก แถม บนช่องทางแฟนเพจ Origin Property แบบ Online Marketing ของฝั่ง Consumer Products

ทั้งนี้ จากกลยุทธ์ดังกล่าว บริษัทได้รับการตอบรับอย่างยอดเยี่ยม เพียงการ Live สดวันแรกสามารถปิดการขายระหว่าง Live ได้ทันที 22 ห้อง และมียอดจองต่อเนื่องจาก Live วันแรกอีก 8 ห้อง ส่งผลให้หลังจบแคมเปญ The Origin 10 Big Surprise 10 วัน 10 โครงการ บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมจากแบรนด์ดิ ออริจิ้น กว่า 200 ล้านบาท

“เราเคยเชื่อกันว่าฝั่ง Consumer Products ใช้กลยุทธ์ Online Marketing แบบนี้ได้ เพราะสินค้าขนาดเล็ก ราคาไม่สูง ส่วนอสังหาฯยังทำไม่ได้ เพราะราคาค่อนข้างสูง ผู้บริโภคยังต้องมาเห็นสินค้าด้วยตาตัวเอง แต่ตอนนี้โลกเปลี่ยนไปแล้ว บางประเทศ เช่น จีน Live สดขายคอนโดกันเป็นเรื่องปกติ ในไทยเอง สถานการณ์ COVID-19 กลายเป็นตัวเร่งให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมแบบ New Normal และ Next Normal ในทุกด้านมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี วันนี้ Gen Z พร้อมที่จะตัดสินใจซื้อคอนโดผ่าน Live โดยไม่ต้องเห็นของจริงได้เลย หากแบรนด์น่าเชื่อถือ ข้อมูลสินค้าชัดเจนโดนใจ นี่จึงเป็นสาเหตุให้เราสามารถกวาดยอดขายได้สูงมากในครั้งนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า การทำกลยุทธ์ Property Live มีข้อดีหลักๆ 5 ข้อ ได้แก่ 1.สร้างความสะดวกในการเข้าถึง ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องเดินทางมาถึงโครงการ ก็สามารถตัดสินใจซื้อได้เลย 2.สร้างความสัมพันธ์และการมีส่วนร่วม ผู้บริโภคจะรู้สึกเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้นและมีความผูกพันกับแบรนด์มากขึ้นผ่านกิจกรรมระหว่าง Live 3.สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสินค้า โดยสามารถให้ความรู้แก่กลุ่มเป้าหมายได้ครั้งละจำนวนมาก 4.สร้างประสบการณ์แปลกใหม่ ให้ผู้บริโภคได้สัมผัสวิธีการซื้อขายคอนโดมิเนียมที่แตกต่างจากเดิม และ 5.กระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้น ผ่านโปรโมชั่นแบบจำกัดระยะเวลา

ทั้งนี้ บริษัทจะพิจารณาจัดโปรโมชั่นแบบจำกัดระยะเวลาในการขายผ่าน Live สด ควบคู่กับกิจกรรมการตลาดแบบ Next Normal อื่นๆ ที่บริษัทเคยดำเนินการมาก่อนหน้านี้ อาทิ การจัดกิจกรรมพรีเซลผ่าน https://evenprop.com การกระจายช่องทางการขายและการทำธุรกรรมผ่านทั้ง Lazada, Shopee, LINE Official Account เพื่อสร้างทั้งความสะดวกในการเข้าถึง ความสัมพันธ์ และประสบการณ์ที่ดีในการซื้อขายสินค้า พร้อมทั้งครองใจกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของแบรนด์ ดิ ออริจิ้น

สำหรับบริษัท ออริจิ้น คอนโดมิเนียม จำกัด เป็นบริษัทที่พัฒนาโครงการกลุ่มสมาร์ท คอนโดมิเนียม ในเครือบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) มีแบรนด์หลักภายใต้การดูแลได้แก่ ดิ ออริจิ้น (The Origin) เน้นเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน (First Jobber) และกลุ่มที่เพิ่งซื้อคอนโดมิเนียมหลังแรก (First Condo Buyer) อายุประมาณ 23-28 ปี ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์ (Origin Plug&Play) เจาะกลุ่มสตาร์ทอัพ บริกซ์ตัน (Brixton) สำหรับตลาดเฉพาะกลุ่ม (Affordable Niche) โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 โครงการกลุ่มสมาร์ทคอนโดมิเนียม เปิดตัวสะสมมาแล้วจำนวนทั้งสิ้น 48 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 42,500 ล้านบาท และได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี จนทำให้หลายโครงการสามารถ Sold Out 100% ได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับบริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI มีโครงสร้างธุรกิจหลากหลาย ประกอบด้วย 1.ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อการขาย (Residential Development Business) พัฒนาคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรมาแล้ว 86 โครงการ (ณ สิ้นไตรมาส 2/2564) เช่น  แบรนด์ พาร์ค ออริจิ้น (PARK ORIGIN) ดิ ออริจิ้น (The Origin) ไนท์บริดจ์ (KnightsBridge), นอตติ้ง ฮิลล์ (Notting Hill), เคนซิงตัน (Kensington) และ บริทาเนีย (BRITANIA) รวมมูลค่าโครงการกว่า 133,000 ล้านบาท

2.ธุรกิจที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income Business) เช่น โรงแรม เซอร์วิส อพาร์ตเมนท์ ค้าปลีก 3.ธุรกิจบริการ (Service Business) เช่น ธุรกิจการจัดการอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจตัวแทนซื้อ ขาย เช่า อสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ และยังมีวิสัยทัศน์ในการขยายประเภทธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ฯลฯ เพื่อให้เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร

Back to top button