โบรกฯ ชู 3 กลุ่มลุ้นรีบาวด์ มองมาตรการคุม “โควิด-19” ไม่เข้มข้นเท่าเม.ย.63

โบรกฯ แนะ 3 กลุ่มหุ้นลุ้นรีบาวด์ มองมาตรการคุม “โควิด-19” ไม่เข้มข้นเท่าเม.ย.63


กรณีที่หลายฝ่ายจับตาในช่วงนี้คงจะหนีไม่พ้นเรื่องจะมีการ “ล็อกดาวน์” ประเทศไทยหรือไม่ ล่าสุดวันที่ 9 ก.ค.64 รายงานข่าวจากที่ประชุมศบค.เผยว่า การประชุมศบค.ชุดใหญ่เสร็จสิ้นลงเมื่อเวลาประมาณ 13.30 น. มีการหารือกันอย่างเคร่งเครียด โดยเฉพาะข้อกำหนดที่จะประกาศใช้

ล่าสุดจะใช้กับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ไม่ได้รวมทั้งประเทศ ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี นครปฐม นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา

โดยมีรายละเอียดในข้อกำหนดแตกต่างกันไปเฉพาะส่วน โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค. รวม 14 วัน แต่ให้เริ่มตั้งด่านปฏิบัติงานตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. ส่วนกรณีถ้าฉีดวัคซีนแล้วสามารถเดินทางได้ ส่วนของร้านสะดวกซื้อ ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ปิดเวลา 20.00 น. ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรมเกิน 5 คน รถสาธารณะให้บริการถึง 21.30 น. ส่วนวันเวลาห้ามออกจากบ้าน 21.00-04.00 น.

อย่างไรก็ดีมาตรการดังกล่าวไม่ได้เข้มข้นไปกว่าในช่วงเดือนเมษายน 2563 ที่ผ่านมาที่ทางรัฐบาลมีการประกาศล็อกดาวน์ โดยทุกอย่างไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นการผ่อนคลายให้กับนักลงทุนได้อยู่ และตลาดหลักทรัพย์ โดยเชื่อว่าจะมีโอกาสเห็นการรีบาวด์ของหุ้นที่ปรับตัวลงไปลึกช่วงก่อนหน้านี้

โดย นายกัณฑรา ลดาวัลย์ ณ อยุธยา กรรมการบริหารจัดการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซียร์ไซรัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” ว่า จากกรณีตัวเลขยอดติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ปรับตัวขึ้นสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงมาจนเกือบถึงแนวรับสำคัญที่ 1,530 จุด โดยในวันนี้ (9 ก.ค.) แนะนำให้จับตาการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ว่าจะมีมาตรการควบคุมสถานการณ์โควิดออกมาว่าอย่างไร ซึ่งหากมาตรการออกมาใกล้เคียงกับช่วงเม.ย.2563 คาดว่าตลาดหุ้นไทยอาจจะรีบาวด์ได้ เนื่องจากมาตรการไม่ได้รุนแรงหรือหนักหน่วงกว่าปีก่อน และคาดว่าจะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้

“ช่วงเดือนเม.ย.2563 รัฐออกมาตรการควบคุมโควิด-19 อาทิ งดรับประทานอาหารในร้าน ปิดห้าง เปิดเฉพาะซุปเปอร์มาร์เก็ต ปิดตลาด ตลาดสด ร้านเสริมสวย สระว่ายน้ำ ฟิตเนส งดการเดินทางข้ามจังหวัด ห้ามเดินทางตั้งแต่ 4 ทุ่มถึงตี 4 หากครั้งนี้มีมาตรการออกมาใกล้เคียงเดิม คาดว่าตลาดหุ้นไทยอาจจะรีบาวด์ได้” นายกัณฑรา กล่าว

สำหรับกลยุทธ์การลงทุน แนะนำ กลุ่มพลังงาน ขนส่ง และโรงพยาบาล คาดราคาหุ้นจะกลับมาปรับตัวได้ดีขึ้น รวมถึงกลุ่มส่งออก จะได้รับอานิสงส์จากค่าเงินบาทอ่อนค่าส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์คาดว่าจะสามารถปรับตัวขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อย โดยมองว่าราคาหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์หลายตัวในภาวะ “ขายมากเกินไป” หรือ Oversold ประกอบกับมีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 2/2564 จะออกมาดี

Back to top button