“ฟินันเซีย” เชียร์ซื้อ IRPC ชูเป้า 5.30 บ. จับตากำไรปี 64-66 โตกระโดด

“ฟินันเซีย” เชียร์ซื้อ IRPC ชูเป้า 5.30 บ. จับตากำไรปี 64-66 โตกระโดด รับ 3 ปัจจัยบวกหนุน GIM พุ่ง-สัดส่วนรายได้ผลิตภัณฑ์เคมีพิเศษเพิ่มเป็น 30% ในปี 67-โครงการ Ultra Clean Fuel หนุน GIM รวมทั้งธุรกิจผลิตพลาสติก ABS-EPS ยังเป็นขาขึ้น-ค่าการกลั่นฟื้นตัว หลังหลายประเทศเริ่มกลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ


บริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์เกี่ยวกับหุ้น บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ว่า ปัจจัยบวก 3 ประการที่จะช่วยให้แนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิของ IRPC ในปี 2564-2566 คือ ประการแรก อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่ม หรือ Gross Integrated Margin (GIM) ของ IRPC ควรเพิ่มแบบก้าวกระโดดเป็นกว่า USD15/bbl ในไตรมาส 2/2564 และมีแนวโน้มปรับขึ้นไปทรงตัวเหนือ UD14/bbl ในช่วงครึ่งหลังปี 2564 โดยได้ปัจจัยหนุนจากการเพิ่มของอัตรากำไรของธุรกิจผลิตพลาสติก ABS และค่าการกลั่น (GRM) ที่ดีขึ้น

ส่วนประการที่สอง อัตรากำไรควรดีขึ้นอย่างต่อเนื่องได้จากกลยุทธ์ที่เป็นรูปธรรมของ IRPC ในการเพิ่มสัดส่วนรายได้ของผลิตภัณฑ์เคมีพิเศษจาก 17% ในปี 2563 เป็น 30% ภายในปี 2567 และประการที่สาม จากการคาดการณ์ของบล.ฟินันเซียฯ แผนการลงทุนขั้นสุดท้ายที่บริษัทฯ พึ่งประกาศสำหรับโครงการ Ultra Clean Fuel (UCF) ซึ่งเป็นโครงการปรับปรุงประสิทธิภาพการกลั่นและคุณภาพน้ำมันดีเซลให้เป็นมาตรฐานยูโร 5 ควรทำให้ GIM ดีขึ้นอีก USD1/bbl

ทั้งนี้จากกำลังการผลิต ABS ที่ 180ktpa และ Expanded Polystyrene (EPS) ที่ 48ktpa ของ IRPC เชื่อว่าอัตรากำไรของ ABS ที่คาดว่าจะอยู่ในระดับสูงจากความต้องการที่มีมากและเหตุไฟไหม้ที่ Ming Dih Chemical ซึ่งเป็นผู้ผลิต EPS อีกรายเดียวในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้จะให้ประโยชน์แก่ IRPC อย่างมากจากอัตรากำไรระหว่าง ABS และ SM ที่ทรงตัวในระดับสูงและอุปทาน EPS ที่ลดลงในประเทศไทยในช่วงครึ่งปีหลังปี 2564 และอาจลากยาวไปถึงปี 2566

อีกทั้งเพื่อปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวงพลังงานสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่กลั่นตามมาตรฐาน ยูโร 5 ที่มีผลทั่วประเทศเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2567 IRPC มุ่งมั่นที่จะทำโครงการ UCF ให้สำเร็จ โครงการซึ่งมีมูลค่า 1.33 หมื่นล้านบาท ดังกล่าวมีกำหนดเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ (COD) ในเดือน ม.ค. 2567 คาดว่า UCF จะทำให้ GIM สุทธิของบริษัทฯ เพิ่ม USD1/bbl โดยมีสมมติฐานจาก GRM ที่เพิ่ม USD1.5/bbl จากราคาน้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5 ที่สูงขึ้น เมื่อเทียบกับต้นทุนที่ เพิ่มขึ้น USD0.5/bbl ซึ่งจะทำให้เกิดกำไรสุทธิต่อปีที่ 2 พันล้านบาทแก่ IRPC

ดังนั้นจึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 5.30 บาท โดยเชื่อว่า IRPC เป็นหุ้นที่ดีที่สุดของไทยในแง่อัตรากำไรขาขึ้นของ ABS และ EPS รวมถึงการฟื้นตัวของ GRM ที่น่าจะเกิด ตามการกลับมาเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจของโลกในครึ่ง หลังปี 2564 มอง IRPC เป็นผู้ได้รับประโยชน์สำคัญจากการเติบโตของความต้องการรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน (ABS และ EPS) ของโลก รวมถึง GRM ที่สูงขึ้น (ธุรกิจขนส่ง)

Back to top button