SET สัปดาห์นี้ Sideways ใกล้วันหยุดยาว-วอลุ่มเบาบาง ผสานความเสี่ยงไถ่ถอน LTF

SET สัปดาห์นี้ Sideways ใกล้วันหยุดยาว-วอลุ่มเบาบาง ผสานความเสี่ยงไถ่ถอน LTF ปรับสถานะก่อนต้นปี 65 ระยะสั้นเน้นลงทุนรายตัว ชู GUNKUL,HMPRO,TIDLOR หุ้นเด่น


“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” รวบรวมกลยุทธ์ลงทุนในสัปดาห์หน้า (27-30 ธ.ค.64) มานำเสนอ พร้อมปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยครั้งนี้อ้างอิงข้อมูลจาก บล.โนมูระ พัฒนสิน ซึ่งระบุในบทวิเคราะห์ว่า สัปดาห์นี้ “Sideways/Down” แนวต้าน 1651/1658 จุด แนวรับ 1624/1612 จุด

โดยมอง Build Back Better : Joe Baiden ปธน. สหรัฐฯ มีท่าทีประนีประนอมต่อกรอบวงเงิน จึงต้องจับตาว่าจะผลักดันให้ผ่านวุฒิสภาได้หรือไม่ ถ้าได้น่าจะส่งผลให้การ คาดการณ์ US GDP ของ Nomura มี upside risk อยู่ 0.4 pp ในปี 2565 และ 0.1 pp ในปี 2566 จากปัจจุบันที่ Nomura คาด US GDP ปี  2565 ที่ 3.9% และ 2.3%

ด้าน Covid-19 Omicron  แพร่ระบาดไปกว่า 90 ประเทศทั่วโลก หลากหลายประเทศ ปฏิบัติตามคำแนะนำของ WHO มีมาตรการเข้มงวดช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง ติดตาม มาตรการที่ชัดเจนของ ศบค. หลังภายใน มีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ดังกล่าวแล้ว 205 ราย ขณะที่พัฒนาการบวกของผลวัคซีนเข็ม Booster ทั้ง Pfizer, Moderna และล่าสุด AZ ที่สามารถป้องกัน Omicron ได้ ลดความกังวลลงบาง

นอกจากนี้ LTF ยกเลิกในปี 2564 โดยผู้ซื้อ LTF ในปี 2559 จะเริ่มขายได้ ตั้งแต่ปี 2565 (7 ปี ปฏิทิน) โดยจากข้อมูลการซื้อ LTF ในปี 2559 รายงานยอดซื้อทั้งปีอยู่ที่ราว 6 หมื่นล้านบาท และคาดต้นทุนเฉลี่ยของปีอยู่ที่บริเวณ SET ที่ 1,425 จุด

ด้านแรงขายมักสูงที่สุดในเดือนม.ค. โดยเฉลี่ย 3 ปี 2560-2562 อยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท และทั้งปีเฉลี่ยที่ 4.7 หมื่นล้านบาท หรือราว 65-80% ของยอดซื้อ (เช่นปี 2558 ซื้อ 6.4 หมื่นล้านบาท และขายในปี 2562 อยู่ที่ 4.9 หมื่นล้านบาท)

โดยคาดในเดือนม.ค. 2565 อาจมีแรงขายสูงระดับ 45% ของทั้งปี (คล้ายปี 2561 ที่ ตลาดปรับตัวในปี 2560 และมีแรงขายของ LTF ออกมามาก) หรือราว 1.9 2.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันนักลงทุนที่ลงทุนในปีดังกล่าวมีกำไรอยู่ราว 14% จากต้นทุนเฉลี่ย ขณะที่ทั้งปี 2565 เสียงยอดไถ่ถอน 4.2-5.6 หมื่นล้านบาท เป็นแรงกดดันให้สถาบันในประเทศ อาจเริ่มปรับสถานะก่อนต้นปี 2565

ด้าน Financial Transaction Tax : สรรพากรยังศึกษาการเก็บภาษีขายหุ้น 0.1% ต่อ ยอดขายหุ้นมากกว่า 1 ล้านบาท/เดือน กรณีนำมาใช้จริง ศึกษาผลกระทบเพิ่มดังนี้ 1. ต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนทั่วไปจะเพิ่มขึ้น 33% และสภาพคล่องตลาดลดลง 2. การศึกษาของ IMF เกี่ยวกับการขึ้น Financial Transaction Tax ในปี 2554 อธิบายผลกระทบจากการเก็บ Tax ขึ้นอยู่กับค่าเฉลี่ยการถือครองของ Securities นั้นๆ เช่น ตลาด S&P มี Average holding Period อยู่ที่ 0.40 ปี (3.5 เดือน) ในปี 2552 การขึ้น FTT 1 bps จะทำให้มูลค่าตลาดลดลงราวๆ 0.8%

โดยผลกระทบจากประเด็นนี้อาจกดดันดัชนี SET อาจกระทบราว 42 – 100 จุด จาก ระดับปัจจุบัน (คิดจาก Average holding period ของตลาด 0.4-0.6 ปี และฐาน EPS ตลาด ปี 2564-2565 ที่คาด 76-92 บาทต่อหุ้น(0.5X-1Xของ PER)

กลยุทธ์การลงทุน : ใกล้ช่วงหยุดยาว มูลค่าการซื้อขายจะเบาบาง น่าจะทำให้ตลาดแผ่วลง ผสานความเสี่ยงต่อการไถ่ถอน LTF ต้นปี 2565 อาจเร่งให้มีการปรับสถานะเพื่อรองรับ ระยะสั้นเน้นเลือกรายตัว ระยะกลาง-ยาวคงน้ำหนักการลงทุนในหุ้นที่ 60% เน้นปี 2565 Stock Picks: ADVANC, AMATA, GPSC, KBANK, KCE, MAKRO, SCB, TIDLOR

โดยหุ้นเด่นสัปดาห์นี้ แนะนำ GUNKUL,HMPRO,TIDLOR  โดย GUNKUL แนะซื้อราคาเป้าหมาย 6 บาท  การทำ MOU กับ JMART & SINGER เป็นบวกเชิง Synergy ,2) HMPRO แนะซื้อราคาเป้าหมาย 18 บาท โดย SSSG ไตรมาส 4 เป็นบวก หนุนกำไรฟื้น และช็อปช่วยชาติต้นปี และ 3) TIDLOR ราคาเป้าหมาย 44 บาท Rebalance in SET50 สิ้นปี 2564 หนุนเกิด Window Dressing

Back to top button