SIRI บุกแนวราบ “ลักซ์ชัวรี่” จ่อเปิด 6 โครงการใหม่ Q2-Q3 มูลค่าเฉียด 1 หมื่นล.

SIRI วางแผนเปิดตัว 6 โครงการใหม่ ช่วงไตรมาส 2-3 บุกตลาดแนวราบ “ลักซ์ชัวรี่” โดยจะเป็นบ้านเดี่ยว 5 โครงการ และ อีก 1 โครงการ เป็นโครงการ DEMI มูลค่าเกือบหมื่นลบ. ตั้งเป้าปิดการขาย 100% ภายในสิ้นปีนี้


นายอาณัติ กิตติกุลเมธี รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาโครงการแนวราบ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยลักซ์ชัวรี่แนวราบไทยยังคงส่งสัญญาณบวกและแข็งแกร่ง อุปทานในกลุ่มนี้ยังมีไม่มากนัก ขณะที่อุปสงค์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องจากกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังสูง โดยมีจำนวนหน่วยขายได้ไปทั้งสิ้นถึง 14,766 หน่วย คิดเป็นอัตราการขายถึง 72% ในปีที่ผ่านมา โดยบ้านที่มีระดับราคาขายระหว่าง 1020 ล้านบาท มีดีมานต์มากที่สุด รองลงมา คือ 2130 ล้านบาท และ 3140 ล้านบาท

โดยบริษัทมองเห็นแนวโน้มโอกาสเติบโตของตลาดลักซ์ชัวรี่แนวราบ รวมทั้งความเชี่ยวชาญผู้นำตลาดอสังหาริมทรัพย์ลักซ์ชัวรี่ จากการปิดการขาย บ้านแสนสิริ พัฒนาการ โครงการนาราสิริ และโครงการ BuGaan ราคา 35.9 – 80 ล้านบาท หนึ่งใน Sansiri Luxury Collection ย่านโยธินพัฒนา ที่ปิดการขายภายในระยะเวลาเพียง 4 เดือน ขณะที่บ้านเดี่ยวแบรนด์เศรษฐสิริ และ บุราสิริ ระดับราคา 820 ล้านบาท ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างล้นหลามปิดการขายรวด 5 โครงการ ทำให้บริษัทมียอดขายและยอดโอนจากโครงการลักซ์ชัวรี่ที่แข็งแกร่ง

ขณะที่ในช่วงไตรมาส 2/2565 และไตรมาส 3/2565 บริษัทวางแผนเปิดโครงการแนวราบระดับลักซ์ชัวรี่จำนวน 6 โครงการ มูลค่ารวม 8.6-9.6 พันล้านบาท ภายใต้แบรนด์ระดับลักซ์ชัวรี่ อยู่ที่ราคา 8-28 ล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 5 โครงการ ได้แก่ นราสิริ 2 โครงการ , เศรษฐสิริ 1 โครงการ , บุราสิริ 1 โครงการ และโครงการ BuGaan 1 โครงการ และอีก 1 โครงการ เป็นโครงการ DEMI บนทำเลสาธุ 49 ทาวน์โฮมระดับลักซ์ชัวรี ระดับราคา 18.9-35 ล้านบาท มูลค่า 1.6 พันล้านบาท จำนวน 72 ยูนิต โดยจะเปิดขายเฟสแรก 16 ยูนิต ในวันที่ 1 พ.ค. 2565 และตั้งเป้าปิดการขายโครงการดังกล่าวครบ 100% ภายในสิ้นปี 2565

นายอาณัติ กล่าวว่า ยอดขายของโครงการแนวราบระดับลักซ์ชัวรี่ของบริษัทถือว่าได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้ากำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยังมีการซื้อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพสูง และได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นกลุ่มแรกๆ ทำให้ยังมีความสามารถในการซื้อที่ดี เป็นปัจจัยหนุนการขายโครงการแนวราบระดับลักซ์ชัวรี่ของบริษัท

สำหรับในไตรมาส 1/2565 โครงการแนวราบระดับลักซ์ชัวรี่ทำยอดขายไปได้ 2 พันล้านบาท จากยอดขายแนวราบทั้งหมด 4.4 พันล้านบาท และคาดว่าในไตรมาส 2/2565 และไตรมาส 3/2565 ยอดขายโครงการแนวราบจะทำได้รวมกันมากกว่า 2 พันล้านบาท และเป็นปัจจัยที่หนุนให้ยอดขายและยอดโอนโครงการแนวราบรวมทั้งหมดของบริษัทในปี 2565 เติบโตได้ตามเป้าหมาย 10-15% จากปีก่อนที่มียอดขาย 1.1 หมื่นล้านบาท และยอดโอน 9 พันล้านบาท

นอกจากนี้โครงการแนวราบในระดับราคาที่จับต้องได้ภายใต้แบรนด์สิริ เพลส ในปัจจุบันแนวโน้มลูกค้าในกลุ่มดังกล่าวค่อนข้างได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพสูง และการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินที่มีความเข้มงวดกับการให้สินเชื่อในกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-ล่างมากขึ้น เห็นได้จากอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าที่เข้ามาซื้อโครงการสิริ เพลส ในช่วงที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 50% แต่ทางบริษัทก็ยังมีแคมเปญและแนวทางต่างๆในการช่วยเหลือลูกค้าให้สามารถซื้อบ้านได้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้บริษัทกระจายการเปิดโครงการใหม่มายังกลุ่มลักซ์ชัวรี่มากขึ้นในปีนี้

Back to top button