FSSIA เชียร์ซื้อ SCC เป้า 483 บ. จับตากำไรปี 67 ทะยาน 8.1 หมื่นล.

“FSSIA” แนะนำ “ซื้อ” หุ้น SCC ราคาเป้าหมาย 483 บ./หุ้น มองแนวโน้มผลประกอบการเติบโต คาดการณ์กำไรปีนี้ 5.9 หมื่นล้านบาท และโตแตะ 6.3 หมื่นล้านบาทในปี 66 ก่อนทะยานสู่ระดับ 8.1 หมื่นล้านบาทในปี 67


นายสุวัฒน์ สินสาฎก กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เอฟเอสเอส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด หรือ FSSIA จัดทำบทวิเคราะห์หุ้น บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ระบุว่า โครงการ Long Son Petrochemicals Company Limited (LSP) ยังมีความท้าทาย

โดยฝ่ายผู้บริหารแจ้งว่าจะเริ่มดำเนินการได้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2566 ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงเทสรัน (Test Run) โดยจากการลงทุนทั้งหมด 5.4 พันล้านดอลลาร์ SCC ยังมีเงินลงทุนเหลือราว 1.5 พันล้านดอลลาร์เพื่อให้ลงทุนในโครงการให้สมบูรณ์ โครงการ LSP มีกำลังการผลิต 1.5mt แยกเป็น 1.05mt สำหรับการผลิตโพลีเอทิลีน และ 0.45mt สำหรับการผลิตโพลีโพรพิลีน ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันด้านวัตถุดิบ โดยเปลี่ยนจากการผลิตที่ใช้นาฟทาเป็นสารตั้งต้น 100% เป็นเพียง 1/3 ภายในครึ่งแรกของปี 66 โดย FSSIA เชื่อว่ามาร์จิ้นอุตสาหกรรมสำหรับโพลีโอเลฟินจะดีขึ้นจากวัฎจักรขาลงในตอนนี้จากอุปมานใหม่ที่ลดลง และอุปสงค์ที่เพิ่มขั้น อ้างอิงข้อมูลจากฝ่ายบริหารของ SCC

นอกจากนั้น ฝ่ายบริหารยังระบุว่า SCG Chemical (SCGC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC ยังวางแผนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยในปี 2565 โดยมีกำลังการผลิตเคมีภัณฑ์ขั้นต้นขนาดใหญ่อยู่ที่ 4.6mt (2.8mt ในประเทศไทย, 1.5mt ในเวียดนามผ่าน LSP และ 0.3mt ผ่านการถือหุ้น 30% ใน Chandra Asri ประเทศอินโดนีเซีย) ซึ่ง SCGC เล็งที่จะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเคมีภัณฑ์รายใหญ่ของเอเชีย

อย่างไรก็ตาม FSSIA คาดว่ามูลค่าหุ้น IPO ของ SCGC อาจไม่น่าดึงดูดนักจากภาพรวมมาร์จิ้นในอุตสาหกรรม PE และ PP ขณะนี้

ทั้งนี้ จากหุ้นทั้งหมดหลัง IPO จำนวน 15,296 ล้านหุ้น และหุ้นออกใหม่สำหรับ IPO จำนวน 3,855 ล้านหุ้น FSSIA คาดว่า SCGC จะเพิ่มมูลค่าให้กับ SCC ที่ราว 86 บาท บนพื้นฐาน EV/EBITDA ปี 2566 ที่ 7 เท่า เทียบกับมูลค่าปัจจุบันที่ FSSIA ให้ไว้ที่ 84 บาท (ถือหุ้น 75%) ทำให้มีอัพไซด์เล็กน้อยจากราคาหุ้นปัจจุบันหากมูลค่า IPO ของ SCGC ที่ EV/EBITDA ปี 2566 ต่ำกว่า 7 เท่า

อย่างไรก็ตาม FSSIA คงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น SCC ที่ราคาเป้าหมาย 483 บาท (SoTP) โดยมีมูลค่า 112 บาท จาก SCGC ที่ถืออยู่ 100%

ทั้งนี้ เชื่อว่ากลยุทธ์ปรับแนวโน้มรายได้ให้ดีขึ้นของ SCGP และ SCGC ในครึ่งหลังปี 65 ถึงปี 2566 และการเริ่มดำเนินงานของ LSP จะเป็นปัจจัยหลักสำหรับ SCC คาดว่ากำไรสุทธิของ SCC จะปรับตัวสูงขึ้นเป็น 5.9 หมื่นล้านบาทในปีนี้ และแตะ 6.3 หมื่นล้านบาทในปี 2566 และทะยานสู่ระดับ 8.1 หมื่นล้านบาทในปี 2567

Back to top button