IP โชว์กำไร Q2 โต 31% รับรายได้ขายทะลัก เดินหน้าธุรกิจสุขภาพครบวงจร

IP กางกำไรไตรมาส 2 โต 31% เฉียด 32 ลบ. อานิสงส์รายได้ขายทะลัก เตรียมเร่งเครื่องลุยธุรกิจสุขภาพครบวงจร แย้มครึ่งปีหลังสดใส มั่นใจรายได้ปีนี้ทะลุ 1.6 พันลบ.


ดร.ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) หรือ IP ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการพัฒนา คิดค้น และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและนวัตกรรมความงามสำหรับคน และผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับสัตว์เลี้ยงและปศุสัตว์ เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี 2565 (มกราคม-มิถุนายน) บริษัทฯ มีรายได้รวมทะยานสร้างสถิติใหม่ที่ 680 ล้านบาท หลังผลงานไตรมาส 2/2565 สดใส มีกำไรสุทธิเกือบ 32 ล้านบาท เติบโตจากไตรมาส 2 ปีที่แล้ว 30.62% รายได้รวมทำนิวไฮกว่า 409 ล้านบาท ซึ่งเติบโต 51.4% จากไตรมาสก่อน และเติบโต 106.5% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ตามการเติบโตของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักหนุนภาพรายได้รวมครึ่งแรกปี 2565 ทะยานสร้างสถิติใหม่ที่ 680 ล้านบาท

โดยปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้รวมไตรมาส 2/2565 มาจากยอดขายกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพสำหรับคนเติบโตขึ้น 61.2% แตะ 174.3 ล้านบาท ตามการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของผลิตภัณฑ์เวชภัณฑ์รักษาโรคกว่า 212.6% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แตะ 107 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายของกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยงเติบโตราว 33% แตะ 70 ล้านบาท ที่สำคัญบริษัทฯ มีการรับรู้รายได้จากกิจการร้านขายยาภายใต้แบรนด์ “Lab Pharmacy” ดำเนินการโดยบริษัท “ดรัก แคร์” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยเข้ามาเติมพอร์ตกว่า 125 ล้านบาท รวมถึงจากโรงงานโมเดิร์น ฟาร์มา (Modern Pharma) อีกราว 62 ล้านบาท และโรงงานยา เทวา จังหวัดอยุธยา จำนวน 45 ล้านบาท

ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ราว 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ตามการเติบโตของยอดขาย รวมถึงการปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ขาย, ต้นทุนวัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตเวชภัณฑ์รักษาโรคขยับสูงขึ้นต่อเนื่องนับจากช่วงปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin : GP) อยู่ที่ 37.4% และอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin : NP) อยู่ที่ระดับ 7.8% อย่างไรก็ตามคาดว่าทอัตรากำไรสุทธิ จะไม่ต่ำกว่า 10% ในไตรมาสที่สามเนื่องจาก บริษัทฯได้ปรับราคาขายทุกผลิตภัณฑ์หลักให้สอดรับต้นทุนแท้จริง นับตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพระดับสูงสุด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ล่าสุดบริษัทฯ ได้รับชำระเงินค่าหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 1,043 ล้านบาท จากบริษัท อินโนบิก แอลแอล โฮลดิ้ง จำกัด (INNOBIC LL) เรียบร้อยแล้ว ซึ่งพร้อมเดินหน้าต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจสุขภาพครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ภายใต้ 7 โครงการความร่วมมือ (Partnership Projects) ประกอบด้วย การร่วมลงทุนโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตภัณฑ์ยาจากยุโรป เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของโรงงานอินเตอร์ ฟาร์มา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้สามารถผลิตยาที่มีมาตรฐานสากล พร้อมส่งออกไปจำหน่ายได้ทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดยุโรป และอเมริกา

สำหรับการใช้โรงงานอินเตอร์ฟาร์มาเพื่อเป็นทางเลือกการวิจัยและพัฒนา และการผลิตเวชภัณฑ์ที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัทเวชภัณฑ์ระดับโลก, การใช้โรงงาน อินเตอร์ฟาร์มา และโรงงานโมเดิร์น ฟาร์มา เป็นฐานการผลิตเวชภัณฑ์ และอาหารเสริมสุขภาพของบริษัท อินโนบิก (เอเชีย) จำกัด, ร่วมมือขยายเครือข่ายร้านขายยา LAB PHARMACY, ร่วมกันพัฒนาและขยายตลาดเครื่องดื่มสมุนไพร (พืชกระท่อม), ขยายช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพไปต่างประเทศผ่านเครือข่ายของ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด และ บมจ.อินเตอร์ ฟาร์มา และร่วมกันขยายช่องทางเข้าถึงผู้บริโภคผ่านรูปแบบ Digital Platform ทั้ง Telepharmacy และ Telmedicine เพื่อผลักดันการเติบโตแบบก้าวกระโดดต่อเนื่อง เบื้องต้นคาดแนวโน้มผลงานครึ่งหลังของปี 2565 สดใส หนุนภาพรวมทั้งปีเติบโตตามเป้าทะลุ 1,600 ล้านบาท สร้างสถิติใหม่อีกครั้ง

โดยล่าสุดบริษัทฯ เตรียมส่งผลิตภัณฑ์จากกัญชาและใบกระท่อม เพิ่มทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภคเร็วๆนี้ ควบคู่ไปกับการขยายช่องทางการจำหน่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ล่าสุดเตรียมเปิดร้านยา “Lab Pharmacy” เพิ่มอีก 5-10 สาขา เป็น 25-30 สาขา

ทั้งนี้ปัจจุบัน IP แบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์ออกเป็น 6 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.นวัตกรรมยารักษาโรค (Pharmaceutical Innovation), 2.โภชนบำบัดเพื่อการรักษาสุขภาพและชะลอวัย (Wellness & Anti-Aging Nutraceuticals), 3.เวชสำอางและนวัตกรรมความงาม (Cosmeceuticals & Aesthetic Innovation), 4.ผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพของสัตว์เลี้ยง(Companion Animal Healthcare), 5.ผลิตภัณฑ์ดูแลและส่งเสริมสุขภาพสำหรับปศุสัตว์ (Livestock Animal Healthcare) และ 6.ธุรกิจร้านขายยาภายใต้แบรนด์ “LAB PHARMACY”

Back to top button