“ททท.” ฉลองนักท่องเที่ยวทะลุ 10 ล้านคน หนุนเม็ดเงินสะพัด 1.33 ล้านล้าน

ททท.เตรียมฉลองนักท่องเที่ยว 10 ล้านคน คาดรายได้ท่องเที่ยวปีนี้ 1.33 ล้านล้าน ส่วนปี 66 ตั้งเป้าต่างชาติเข้าไทย 20 ล้านคน


นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า จากข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองพบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-24 พฤศจิกายน 2565 มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยสะสมเป็นจำนวน 9,059,374 คน จากเป้าที่ ททท.ตั้งไว้ที่ 10 ล้านคน

โดยนักท่องเที่ยว 3 อันดับแรกประกอบด้วย มาเลเซีย จำนวน 1,481,618 คน รองลงมาคืออินเดีย จำนวน 796,485 คน และ สปป.ลาว จำนวน 657,153 คน โดยในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2565 มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยสูงถึง 67,290 คน

นายยุทธศักดิ์ กล่าวอีกว่า หากประเมินรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติไว้ที่ 60,000 บาทต่อคนต่อทริป จะทำให้มีรายได้รวมขณะนี้ที่ราว 6 แสนล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ออกเดินทางในประเทศราว 154 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ 731,774 ล้านบาท เมื่อรวมรายได้ทั้งสองจะได้ประมาณ 1.33 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม รายได้ดังกล่าว ยังต่ำกว่าเป้าที่ตั้งไว้เดิมที่ 1.5 ล้านล้านบาท หรือราว 50% ของก่อนการระบาดโควิด-19 ในปี 2562 แต่ภายหลังได้ปรับลดเป้าหมายลงมาอยู่ที่ราว 1.25 ล้านล้านบาท เนื่องจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ส่วนใหญ่มาจากตลาดการท่องเที่ยวระยะสั้น มีระยะเวลาพักค้างที่น้อย

“หากปลายปีมีนักท่องเที่ยวตลาดระยะไกล ซึ่งมีระยะเวลาพำนักยาวเข้ามามากขึ้น อาจช่วยให้มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มสูงขึ้นกว่าที่ประเมินไว้” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

ทั้งนี้ จากการคาดการณ์ของ ททท. ประเมินว่า นักท่องเที่ยวจะทะลุเป้า 10 ล้านคนได้ในวันที่ 10 ธันวาคมนี้

โดย ททท.ได้เตรียมจัดกิจกรรม 10 Million Celebration เพื่อสื่อสารไปยังนานาชาติว่าประเทศไทยพร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และอีกนัยหนึ่งเป็นเหมือนการส่งการบ้านเป้าหมายนักท่องเที่ยว 10 ล้านคนให้กับรัฐบาลด้วย

นายยุทธศักดิ์กล่าวด้วยว่า ในปี 2566 ททท.ตั้งเป้ามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวน 20 ล้านคน สร้างรายได้จากภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติราว 2.38 ล้านล้านบาท ส่วนนักท่องเที่ยวตลาดจีนนั้น ททท.ได้เตรียมขายผลิตภัณฑ์การท่องเที่ยวผ่าน OTA จีนอย่าง Ctrip ไว้แล้วเช่นกัน

หากทางการจีนผ่อนคลายมาตรการควบคุมการเดินทาง จะพยายามให้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาได้ช่วงเทศกาลตรุษจีน หรือช้ากว่านั้นอาจเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่เราไม่ได้รอจีนจนไม่ทำอย่างอื่น ททท.เรามองตลาดอื่นร่วมด้วย ถ้านักท่องเที่ยวชาวจีนมา on-top จากเป้าเข้าไป เช่นเดียวกับตลาดรัสเซีย” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

นอกจากนี้ ในปี 2566 ททท.ตั้งเป้ามีปริมาณที่นั่งของสายการบินให้กลับมามีจำนวน 80% ของปี 2562 ซึ่งจะส่งผลอย่างยิ่งกับรายได้ของภาคการท่องเที่ยว

รวมถึงในกรณีที่สายการบินเปิดเที่ยวบินเพิ่มเติม ทำให้อาจมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (load factor) ลดลง ททท.อาจจะพิจารณาช่วยจัดกิจกรรมทางการตลาด ส่งเสริมให้มีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารราว 90%

สำหรับความท้าทายของภาคการท่องเที่ยวในปี 2566 นั้น นายยุทธศักดิ์กล่าวว่าหลังเดือนมีนาคม 2566 เป็นต้นไปอาจเห็นภาวะเศรษฐกิจถดถอยชัดเจนมากขึ้น ททท.ต้องประเมินสถานการณ์อีกครั้งหลังช่วงฤดูหนาว

ขณะที่ปัจจัยเรื่องราคาพลังงานที่พุ่งสูง ค่าครองชีพที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงตั๋วเครื่องบินที่มีราคาแพงก็ยังเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา

โดยหากค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% ประกอบกับเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ อาจทำให้นักท่องเที่ยวไม่ออกเดินทางได้ ส่วนปัญหาค่าเงินผันผวนนั้น จากข้อมูลในอดีตพบว่าค่าเงินที่ผันผวนไม่กระทบต่อการตัดสินใจออกเดินทางมากนัก

ททท.ไม่คาดหวังให้มีนักท่องเที่ยวปริมาณมหาศาลเหมือนเดิม แต่รายได้การท่องเที่ยวยังต้องสูง ดังนั้น จึงต้องส่งเสริมนักท่องเที่ยวคุณภาพ รวมถึงการท่องเที่ยวที่สร้างรายได้สูง เช่น กลุ่มเวลเนส แต่หากท้ายที่สุดแล้วพบว่ามีนักท่องเที่ยวเข้ามาน้อยและรายได้ไม่ถึงเป้าจริง ๆ ก็คงต้องเร่งเพิ่มปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทย” นายยุทธศักดิ์ กล่าว

Back to top button