PLT เทรดวันแรก ลุ้นวิ่งทะลุเป้า 2.20 บ. โบรกชี้กำไรปีนี้โต 75%

PLT ลงสังเวียนเทรดวันแรก ลุ้นวิ่งเหนือไอพีโอ 1.55 บาท โบรกชี้กำไรปี 66 โต 75% จากคาดอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งก๊าซ LPG ทางเรือสูงขึ้น และมีโอกาสขยายธุรกิจไปต่างประเทศมากขึ้น โดยให้ราคาเป้าหมาย 2.20 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท พีลาทัส มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PLT เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) กลุ่มอุตสาหกรรมบริการ ในวันนี้ 27 เมษายน 2566 เป็นวันแรก

โดยมีทุนชำระหลังเสนอขาย 480 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 680 ล้านหุ้นและหุ้นสามัญเพิ่มทุน 280 ล้านหุ้น โดยเสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 238.9 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท 36.8 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อพนักงานของบริษัท 4.3 ล้านหุ้น เมื่อวันที่ 19 – 21 เมษายน 2566 ในราคาหุ้นละ 1.55 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 434 ล้านบาท มูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,488 ล้านบาท

ทั้งนี้ การกำหนดราคาเสนอขายหุ้น IPO คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) ที่ประมาณ 23.92 เท่า คำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิประจำปี 2565 ซึ่งเท่ากับ 62.21 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ (fully diluted) คิดเป็นกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.07 บาท โดยมีบริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
สำหรับ PLT และบริษัทย่อย ประกอบธุรกิจขนส่งก๊าซปิโตรเลียมเหลว (Liquid Petroleum Gas: LPG) ทั้งทางเรือและทางรถ ในเส้นทางขนส่งเดินเรือฝั่งอ่าวไทยและแนวใกล้ฝั่ง ได้แก่ กัมพูชา และเวียดนาม ปัจจุบันบริษัทมีเรือให้บริการขนส่งจำนวน 19 ลำ และมีรถจำนวน 44 คัน

โดยมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือกลุ่มบริษัทที่เป็นผู้ผลิตและ/หรือจำหน่ายก๊าซ LPG รายใหญ่ในประเทศไทย เช่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT และ บริษัท ดับบลิวพี เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ WP

ทั้งนี้ในปี 2565 บริษัทมีสัดส่วนรายได้มาจากธุรกิจขนส่งก๊าซทางเรือ : ทางรถร้อยละ 94 : 6 ซึ่งเกือบร้อยละ 90 เป็นการให้บริการขนส่งทางเรือบนเส้นทางภายในประเทศ ในลักษณะว่าจ้างขนส่งแบบทำสัญญาจ้างขนส่งล่วงหน้า (Contract of Affreightment)

ด้าน นายวราวิช ฉิมตะวัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PLT กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจขนส่งทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค ด้วยการให้บริการที่ตรงต่อเวลา สามารถควบคุมการขนส่งสินค้าและปฏิบัติงานอย่างมืออาชีพ ภายใต้กฎข้อบังคับสากลขององค์กรทางทะเลระหว่างประเทศ ทำให้บริษัทได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ารายใหญ่อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 13 ปีที่ผ่านมา

สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุน บริษัทจะนำไปใช้ลงทุนซื้อเรือบรรทุกก๊าซ LPG และก๊าซเคมีเหลว ลงทุนซื้อรถบรรทุกก๊าซ LPG ติดตั้งระบบ ERP ภายในองค์กร ปรับปรุงลานจอดรถและก่อสร้างโรงซ่อมบำรุงรถ ตลอดจนใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

โดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPO คือกลุ่มครอบครัวฉิมตะวัน ถือหุ้น 70.83% ซึ่งบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหลังหักเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายและบริษัทได้กำหนดไว้

นอกจากนี้ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ต่อหุ้น PLT ประเมินราคาเหมาะสมปี 2566 อยู่ที่ 2.00-2.20 บาท ด้วยวิธี PER ที่ 18-20 เท่า ซึ่งคาดว่าผลประกอบการของ PLT จะเติบโตเฉลี่ย 22% ต่อปีระหว่างปี 2566-2568 ด้วยกำไรสุทธิในปี 2566 อยู่ที่ 106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ถัดไปในปี 2567 ประเมินกำไรสุทธิ 134 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในปี 2568 คาดมีกำไรสุทธิ 157 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ผลการดำเนินงานปรับตัวขึ้นเกิดจากการคาดการณ์รายได้ของ PLT จะเติบโตเฉลี่ย 14% ต่อปี โดยคาดว่าปริมาณการขนส่งทางเรือที่คาดจะเพิ่มขึ้นมาที่ 1.6 ล้านตันในปี 2566 หรือเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าปริมาณขนส่งทางรถในปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 7.6 หมื่นตัน หรือเพิ่มขึ้น 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามแผนการปรับกองเรือและรถ

นอกจากนี้คาดอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มดีขึ้น 22.2% จากต้นทุนพลังงานที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว รวมทั้งปริมาณการขนส่งและการปรับกองเรือและรถ จะทำให้ประสิทธิภาพการขนส่งเพิ่มขึ้น

บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ต่อหุ้น PLT ประเมินราคาเหมาะสมปี 2566 ที่ 2.00 บาท อิงจาก PE ที่ 18.0 เท่า โดยคาดในปี 2566 บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากคาดอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจขนส่งก๊าซ LPG ทางเรือสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนจาก 18.5% เป็น 23.0% ในปีนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง HSFO ลดลง หลังจากประเทศรัสเซียส่งออกน้ำมันเตา HSFO มาทางทวีปเอเชียมากยิ่งขึ้น เนื่องจากทางทวีปยุโรปและประเทศอเมริกาเริ่มแบนน้ำมันสำเร็จรูปของรัสเซีย ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2566 เป็นต้นมา

พร้อมคาดรายได้ของธุรกิจขนส่งก๊าซ LPG ทางเรือจะโตขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็น 833 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทมีแผนขยายกองเรือโดยซื้อเรือใหม่ 1 ลำขนาด 3,500 CBM ในช่วงกลางปี 2566 สำหรับวิ่งต่างประเทศและปริมาณขนส่ง LPG ทางเรือเพิ่มสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย

นอกจากนี้ ยังคาดประมาณการกำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 119 ล้านบาท โตขึ้นอีก 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีแผนขยายกองเรือโดยซื้อเรือใหม่ 2 ลำในปีหน้าประกอบด้วย 1) ขนาด 1,200 CBM สำหรับวิ่งในประเทศ และ 2) ขนาด 3,500 CBM สำหรับวิ่งต่างประเทศ ทำให้รายได้ของธุรกิจขนส่งก๊าซ LPG ทางเรือน่าจะโตขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 947 ล้านบาทในปีหน้า

บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ต่อหุ้น PLT ประเมินราคาเหมาะสมปี 2566 อยู่ที่ 2.00 บาท อิง PER ที่ 20.0 เท่า โดยประมาณการกำไรปี 2566-2567 สำหรับในปี 2566 กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และในปี 2567 กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 120 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่จะปรับตัวดีขึ้น อีกทั้งการเติบโตในระยะยาวยังมีแนวโน้มที่ดีเนื่องจากการมีสัญญาระยะยาวถึง 15 ปี และมีโอกาสขยายธุรกิจไปต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะประเทศเวียดนาม ที่ PLT ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า

บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ต่อหุ้น PLT ประเมินราคาเหมาะสมปี 2566 ที่ 2.10 บาท จากการอิง EPS ปี 2566 ที่ 0.11 บาท และ P/E ที่ 19.4 เท่า คาดแนวโน้มผลประกอบการในปี 2566 กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 103 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ 65.6% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มจำนวนกองเรือ กองรถ และการขยายธุรกิจไปยังประเทศเวียดนาม โดยในปี 2567 คาดกำไรสุทธิจะอยู่ที่ 121 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ 17.7% จากการเพิ่มขึ้นของกองเรือและการได้รับสัญญาธุรกิจเดินเรือในประเทศและกลุ่ม CLMV เพิ่ม

พร้อมระบุความน่าสนใจในการลงทุน PLT ไว้ 5 ประเด็น ได้แก่ 1.เป็นธุรกิจที่มีรายได้และกำไรอย่างสม่ำเสมอจากสัญญาระยะยาวจากลูกค้าหลักแตกต่างกับบริษัทเดินเรือทั่วไปที่รายได้และกำไรขึ้นลงตามวัฏจักร

2. เป็นผู้นำและมีความเชี่ยวชาญในการขนส่งก๊าซ LPG ในประเทศที่ครอบคลุมทั้งทางบกและน้ำ โดยบริษัทมีประสบการณ์ในการให้บริการขนส่ง LPG นานกว่า 10 ปีมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและมีประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจกับ CLMV

3. Barrier to entry สูง และมีผู้เล่นในตลาดน้อยราย เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้องมีความชำนาญและประสบการณ์

4. ผู้ใช้ LPG ปลายทางมาจากโรงบรรจุก๊าซหุงต้ม LPG ตามด้วยโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งโตตาม GDP ของประเทศ และ LPG มีแนวโน้มความต้องการมากขึ้นตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจของกลุ่ม CLMV ต่างจากอุตสาหกรรม LPG แก๊สรถยนต์ที่โตช้าลง

5. ได้ร่วมลงนาม MOU กับผู้นำเข้าและจำหน่ายก๊าซ LPG รายใหญ่ในประเทศเวียดนาม คาดว่าเริ่มดำเนินธุรกิจได้ช่วงครึ่งหลังของปี 2566

Back to top button