CPN-CPNREIT จ่อชงผู้ถือหน่วยต่อสัญญา “เซ็นทรัลปิ่นเกล้า-พระราม 2” 31 ก.ค.นี้

CPN และ CPNREIT เดินหน้าต่อสัญญาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และพระราม 2 มั่นใจศักยภาพทรัพย์สินและโครงสร้างการต่อสัญญาสร้างผลตอบแทนดีต่อเนื่อง เตรียมเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหน่วยทรัสต์ 31 ก.ค. 66


นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชี และบริหารความเสี่ยง ของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ในฐานะผู้สนับสนุน (Sponsor) ผู้ถือหน่วยทรัสต์ (ร้อยละ 30) และผู้บริหารอสังหาริมทรัพย์ของ CPNREIT กล่าวถึงการต่อสัญญาโครงการเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล พระราม 2 ของ CPNREIT ว่าทั้งสองโครงการเป็นทรัพย์สินที่มีศักยภาพสูงโดยเป็นศูนย์การค้าผู้นำในกรุงเทพฯ โซนตะวันตกและกรุงเทพฯ โซนใต้ ซึ่งกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อสูงและรายได้มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง

โดยเฉพาะเซ็นทรัล พระราม 2 ภายหลังปรับโฉมและขยายพื้นที่แล้วเสร็จในปี 64 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีร้านค้า ทราฟฟิก และฐานลูกค้ากำลังซื้อสูงเพิ่มขึ้น สำหรับแผนการปรับปรุงเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ที่จะเกิดขึ้นในช่วงปี 67-68 จะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ยกระดับภาพลักษณ์ Positioning และ uplift brand ร้านค้า เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าทุก generation และเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ CPN ในฐานะผู้บริหารทรัพย์สินยังคงมุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินในกองทรัสต์ และในฐานะ sponsor พร้อมผลักดันให้การระดมทุนประสบความสำเร็จโดยการเพิ่มสัดส่วนการถือหน่วยทรัสต์จากร้อยละ 30 เป็นประมาณร้อยละ 40 คิดเป็นเงินลงทุนเพิ่มเติมอีกประมาณ 6,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 60 ของหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนสำหรับการลงทุนครั้งนี้

นางสาวปัทมิกา พงศ์สูรย์มาส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีพีเอ็น รีท แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ CPNREIT เปิดเผยว่า จากการนำเสนอข้อมูลให้กับนักลงทุนเพื่อให้เข้าใจถึงแผนการต่อสัญญาสิทธิการเช่าโครงการเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล พระราม 2 และประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวที่ผู้ถือหน่วยทรัสต์จะได้รับทั้งระยะสั้นและระยะยาว พบว่า นักลงทุนมีมุมมองเชิงบวกต่อแผนดังกล่าว เนื่องจากเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า และเซ็นทรัล พระราม 2 เป็นทรัพย์สินที่มีศักยภาพ สร้างการเติบโตของรายได้ให้กับกองทรัสต์ได้อย่างต่อเนื่อง เงื่อนไขการต่อสัญญามีความเหมาะสม

โดย 1) มูลค่าการต่อสัญญาอยู่ในระดับเดียวกับราคาประเมินของผู้ประเมินอิสระ 2) ระยะเวลาสิทธิการเช่านานเพียงพอที่จะสร้างผลตอบแทนให้กับกองทรัสต์และผู้ถือหน่วยทรัสต์ได้ในระยะยาว 3) โครงสร้างและขนาดการระดมทุนสอดคล้องกับภาวะตลาดในปัจจุบันและ CPNREIT สามารถเจรจามูลค่าการลงทุนสำหรับการต่อสัญญาในอนาคตของทั้ง 2 โครงการเมื่อมีความพร้อม และที่สำคัญ CPN มีความตั้งใจที่จะลงทุนใน CPNREIT และพร้อมสนับสนุนให้การดำเนินการครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ โดยผู้จัดการกองทรัสต์เตรียมเสนอที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหน่วยทรัสต์ ครั้งที่ 1/66 ในวันที่ 31 ก.ค.66 เพื่อพิจารณาอนุมัติการต่อสัญญาดังกล่าว

Back to top button