“เสี่ยต้อย” เดินเกมฉงน! ชิงออกบอร์ด “ท็อปนิวส์” หวั่นวิกฤต JKN ส่อบานปลาย?

ฉงน! “ต้อย สนธิญาณ” บอสใหญ่ท็อปนิวส์ประกาศลาออก เหลือสถานะแค่ผู้ถือหุ้น แถมใครสนใจยินดีขายให้ทันที จับตานัยเดินหมากครั้งนี้ แค่วางแนวกั้นไฟวิกฤต JKN ลามทุ่งหลังผนึกธุรกิจร่วมกันหรือไม่?


ผู้สื่อข่าวรายงาน (12 พ.ย.66) ว่า นายสนธิญาณ ชื่นฤทัยในธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สถานีข่าว Top News โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ประกาศลาออกจากตำแหน่งบริหารทุกตำแหน่งในบริษัท ท็อปนิวส์ ดิจิตัล มีเดีย จำกัด และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์ TOPNEWS อีกต่อไป พร้อมทั้งโพสต์จดหมายที่เขียนแจ้งการลาออกใจความว่า

“นับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.66 เป็นต้นไป เนื่องด้วยทิศทางธุรกิจของผมกับคณะบริหารไม่ตรงกัน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ TOP NEWS อย่างใด นับจากนี้ผมมีสถานะเป็นผู้ถือหุ้นเพียงอย่างเดียว หากคณะกรรมการท่านใดพร้อมจะซื้อหุ้นก็ยืนดีจะขาย”

โดย นายสนธิญาณ เริ่มต้นการทำงานในวงการสื่อ โดยการเป็นผู้สื่อข่าวของไทยทีวีสีช่อง 3 เมื่อปี 2529 และเป็นผู้ก่อตั้งสำนักข่าวไอเอ็นเอ็น รวมถึงเป็นผู้ก่อตั้งสำนักข่าวทีนิวส์ (T News) ซึ่งเกิดขึ้นหลังจาก นายสนธิญาณ ลาออกจากไอเอ็นเอ็น เนื่องจากปัญหาภายในองค์กร

ก่อนที่ในปี 2560 นายสนธิญาณ จะเข้ามาร่วมบริหารเครือเนชั่น ซึ่งมีนายฉาย บุนนาค เป็นแม่ทัพคนใหม่ เพื่อแก้ปัญหาด้านการเงิน ก่อนที่จะลาออกในอีก 3 ปีต่อมา และก่อตั้งสถานีข่าว Top News เมื่อปี 2564 ซึ่งออกอากาศทางดาวเทียม และช่องทางออนไลน์

จากนั้นเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา บริษัท ท็อปนิวส์ ดิจิทัล มีเดีย จำกัด เพิ่มประกาศร่วมมือกับบริษัท เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ JKN เพื่อเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจในส่วนธุรกิจทีวีดิจิทัล โดยทางสถานีข่าว Top News จะดูแลในกลุ่มรายการข่าวสาร สาระ ทั้งในด้านข่าวทั่วไป ประเด็นทางสังคม การเมือง เศรษฐกิจ การเงิน และการลงทุน แทนสถานีข่าวทุกประเภทของ JKN ทั้งหมดในปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า นายสนธิญาณ ถือว่ามีความผูกพันธ์แนบแน่นกับสถานีโทรทัศน์ TOPNEWS ในฐานะผู้ก่อตั้ง และวางทิศทางการทำงานข่าวของสถานี การประกาศลาออกของ นายสนธิญาณ และขายหุ้นทิ้งทั้งหมด จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าเกิดจากผลกระทบที่ JKN ขอยื่นคำร้องต่อศาลล้มละลายกลาง เพื่อขอฟื้นฟูกิจการ และเสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ หรือไม่ ซึ่งหลังจากนี้ไปคงต้องรอทาง TOPNEWS และ JKN ออกมาชี้แจงเรื่องนี้อีกครั้ง โดยเฉพาะทิศทางของสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล JKN18

 

Back to top button