GULF ขยายลงทุนตปท. ปักธง “ตะวันออกกลาง” ฟาก “กัลฟ์ไบแนนซ์” เป้าปีนี้ครองมาร์เก็ตแชร์ 40%

“เจ้าสัวสารัชถ์” ประกาศกลางประชุมผู้ถือหุ้น ดัน GULF ขยายลงทุนต่างประเทศ ปักธง “ตะวันออกกลาง” เพิ่ม ชู ADVANC กำไรแข็งแกร่ง THCOM เติบโตต่อเนื่อง “ดาต้าเซ็นเตอร์” พร้อมเปิดดำเนินการปีหน้า มั่นใจมีโอกาสขยายตัวสูง จากความต้องการภาครัฐและภาคเอกชน ส่วน “กัลฟ์ไบแนนซ์” เป้าหมายปีนี้ครองส่วนแบ่งตลาด 30-40%


นายสารัชถ์ รัตนาวะดี รองประธานกรรมการ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยในที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ว่า แผนการดำเนินกลุ่มบริษัทยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ได้แก่ ไทย, เวียดนาม, โอมาน, เยอรมนี, สหรัฐฯ, อังกฤษ นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาการขยายการลงทุนในตะวันออกกลางเพิ่มเติมด้วย

ขณะที่ การลงทุนโครงการดาต้าเซ็นเตอร์นั้น หลังจากบริษัทร่วมกับกลุ่มบริษัท สิงคโปร์ เทเลคอมมูนิเคชั่นส์ จำกัด (Singtel) และบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC จัดตั้งบริษัท จีเอสเอ ดาต้า เซ็นเตอร์ จำกัด (GSA) คาดว่าจะเปิดดำเนินการปี 2568 มองว่าธุรกิจดังกล่าวมีโอกาสขยายตัวสูง เพราะความต้องการในการเก็บข้อมูลที่เติบโตมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน

สำหรับการลงทุน ADVANC ปีที่ผ่านมา สามารถสร้างกำไรเกือบ 3,000 ล้านบาท จึงทำให้ได้ผลกำไรกลับมาสู่บริษัทได้ดีกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ THCOM ปีนี้น่าจะมีโอกาสสร้างกำไรได้ประมาณ 400-500 ล้านบาท พร้อมเชื่อว่าอนาคตจะมีแนวโน้มดีมากขึ้น โดย GULF จะยังเน้นนโยบายการสร้างการเติบโตและเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านนางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน GULF กล่าวว่า สำหรับธุรกิจกัลฟ์ไบแนนซ์ ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 30-40% โดยมองว่าบริษัทมีจุดแข็งจากการใช้เทคโนโลยีจากไบแนนซ์ที่มีศักยภาพและความปลอดภัยสูงในเรื่องของเงิน รวมถึงสภาพคล่อง จึงทำให้มั่นใจได้ว่าการซื้อขายจะไม่มีปัญหา และส่วนของจำนวนคอยน์หรือเหรียญที่มีจำนวนมากเบื้องต้นมีจำนวนถึง 120 เหรียญ และจะมีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงยังมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าคู่แข่งอีกด้วย

ส่วนแนวโน้มผลประกอบการปีนี้ตั้งเป้ารายได้จะเติบโต 30% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 116,950 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้รายได้จากโครงการที่จ่ายไฟฟ้าในปีที่ผ่านมาเต็มปี อีกทั้งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ GPD หน่วยที่ 3 และ 4 กำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งรวม 1,325 เมกะวัตต์ กำหนด COD ในเดือน มี.ค. และต.ค. 2567 ตามลำดับ

นอกจากนี้ การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติหินกองหน่วยที่ 1 ขนาด 770 เมกะวัตต์ ซึ่งได้เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเดือน มี.ค. 2567 และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) จะทยอยเปิดดำเนินการเพิ่มอีกจำนวน 120 เมกะวัตต์ ในขณะที่โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินและโครงการพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานภายในประเทศ มีแผนทยอยเปิดให้ดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มอีก 5 โครงการในช่วงปลายปี โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 532 เมกะวัตต์

อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทตั้งเป้าออกหุ้นกู้มูลค่ารวมประมาณ 30,000-35,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับรีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิมประมาณ 15,000 ล้านบาท และที่เหลือใช้รองรับในการขยายการลงทุนของบริษัท ทั้งนี้ช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้ออกหุ้นกู้แล้วมูลค่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่เป็นจำนวนมาก โดยแสดงความจำนงในการจองหุ้นกู้ของบริษัทมากถึง 3.10 เท่าของจำนวนที่ประสงค์จะเสนอขาย ขณะที่ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. 2567 บริษัทมีแผนจะออกเสนอขายหุ้นกู้อีกประมาณ 15,000-20,000 ล้านบาท โดยการเสนอขายในครั้งนี้จะมีการจัดสรรให้กับผู้ลงทุนรายย่อยอีกด้วย

Back to top button