SUN รุกออก “เทรดแฟร์” 4 งานใหญ่ไตรมาส 2 หนุนกำไรแกร่ง โบรกเคาะ “ซื้อ” เป้า 5.70 บาท

SUN รุกออกงานเทรดแฟร์ 4 งานใหญ่ไตรมาส 2/67 ขณะที่ บล.ดาโอ คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/67 ยังคงขยายตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวปีก่อน และไตรมาสก่อน รับปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น และออเดอร์ที่เลื่อนการรับจากไตรมาส 1/67 รวมถึงคาด GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยได้ประโยชน์จากบาทอ่อน ดังนั้นคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.70 บาท


บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์มีมุมมองเป็นบวกเล็กน้อยจาก Opportunity Day วานนี้สำหรับ บริษัท ซันสวีท จำกัด (มหาชน)  หรือ SUN ประเด็นสำคัญดังนี้

1) ปัจจุบันมี backlog ที่ 2,200 ตู้ รวมรายได้เกิน 1,000 ล้านบาท โดยจะทยอยส่งตั้งแต่ไตรมาส 2/2567 เป็นต้นไป

2) มีแผนรุกออกงานเทรดแฟร์อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่ ในไตรมาส 2/2567 มีงานเทรดแฟร์ 4 งานใหญ่ ทั้งใน USA, Thailand, Taiwan, South Korea, ด้านไตรมาส 3/2567 มีงานเทรดแฟร์ 3 งานใน อินโดนีเซีย,เวียดนามและ ออสเตรเลีย และไตรมาส 4/2567 ที่ฝรั่งเศส และ USA คาดได้รับออเดอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

3) ในปีนี้ต้นทุนข้าวโพดเริ่มลดลงเหลือ 5.5 -6.5 บาท/กก. จาก 6.5-7.5 บาท/กก. โดย SUN วางแผนวัตถุดิบได้ดี โดยตั้งเป้าวัตถุดิบปี  2567 ที่ 2 แสนตัน เทียบกับปี 2566 ที่ 1.9 แสนตัน

4) โรงงาน Modern Factory 2 คาดแล้วเสร็จปลายไตรมาส 4/2567 จะรองรับ RTE ได้ 200,000 ชิ้น/วัน (จากเดิมMini factory 100,000 – 120,000ชิ้น/วัน ซึ่งปัจจุบันผลิตเต็มกำลังการผลิต และรองรับการขายสำหรับ 7-Eleven ในประเทศเท่านั้น) อย่างไรก็ตาม โรงงานใหม่ จะรองรับการเติบโตของตลาดในประเทศและส่งออก โดยจะเริ่ม COD ต้น ม.ค. 2568 มีแผนส่งออก RTE ซึ่งมีอายุการเก็บรักษา 1 ปี ไปยัง ญี่ปุ่น,เกาหลี, ไต้หวัน ทั้งนี้ ได้มีการเจรจากับคู่ค้าไว้เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้จากประเด็นข้างต้น outlook ยังเป็นไปตามนักวิเคราะห์คาด โดยแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/2567 ยังคงขยายตัวเมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน และจากไตรมาสก่อน ซึ่งจากปริมาณวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น, อีกทั้งมีออเดอร์ที่เลื่อนการรับจากไตรมาส 1/2567 คาด GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดยได้ประโยชน์จากบาทอ่อนและ utilization rate ที่ขยายตัว

ขณะที่ฝ่ายนักวิเคราะห์คงประมาณกำไรสุทธิปี 2567 อยู่ที่ 384 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน เนื่องจาก 1) รายได้รวมขยายตัว เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับงวดเดียวของปีก่อน โดยรายได้ในประเทศขยายตัวจากการบริโภคในประเทศที่ฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 2/2567 และออกสินค้าใหม่ ด้านรายได้ต่างประเทศโตต่อเนื่องจากการขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่ม และ 2) GPM ลดลงเล็กน้อยจากต้นทุน packaging และพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสงคราม

ดังนั้นคงราคาเป้าหมายที่ 5.70 บาท อิงปี 2567 ค่า PER 11.5 เท่า อย่างไรก็ตามชอบ SUN จาก valuation ที่ไม่แพงโดยเทรดที่ 2567 PER ที่ 6.7 เท่า เทียบกับกำไรฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ 2566-2568 EPS CAGR ที่ 14%และยังมี upside จาก M&A

Back to top button