ธปท.ชี้เศรษฐกิจ ก.ค. ชะลอจากท่องเที่ยว–ภาคผลิต เงินเฟ้อติดลบต่อเนื่อง

“ธปท.” ชี้เศรษฐกิจไทยเดือนก.ค. 68 ชะลอลงจากเดือนก่อน ตามภาคบริการและการผลิตอ่อนแรง แม้ส่งออกยังขยายตัวเล็กน้อย ขณะเงินเฟ้อทั่วไปติดลบต่อเนื่อง ธปท.จับตาผลกระทบภาษีสหรัฐฯ-การแข่งขันท่องเที่ยว


นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยเดือนกรกฎาคม 2568 ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้า ซึ่งมาจากภาคบริการที่ลดลง -0.4% ตามภาคการท่องเที่ยว และการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงจากปัจจัยชั่วคราว

ทั้งนี้ หากดูภาคการท่องเที่ยว รายรับในเดือนก.ค.ลดลงจากเดือนก่อน 5.6% เป็นผลมาจากนักท่องเที่ยวที่อยู่นานได้เดินทางกลับและผู้ประกอบการทำโปรโมชั่น โดยจำนวนนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 2.6 ล้านคน เพิ่มจากเดือนก่อนที่อยู่ 2.3 ล้านคน ซึ่งมาจากกลุ่มเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีนที่เริ่มทยอยกลับมา โดยภาพรวม

จำนวนนักท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นปี- 24 ส.ค. 2568 อยู่ที่ 21.4 ล้านคน อย่างไรก็ดี ยังคงต้องติดภาคการท่องเที่ยวและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น

การบริโภคภาคเอกชนทรงตัวอยู่ที่ -0.2% ตาม การใช้จ่ายหมวดบริการ ภัตตาคาร โรงแรมที่ปรับลดลง และความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับลดลงต่อเนื่อง จากความกังวลทางด้านการเมือง ภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐฯ (Reciprocal Tariffs) ความขัดแย้งชายแดน และค่าครองชีพที่ยังสูง ขณะที่ภาคการผลิตปรับลดลง -2.2% จากปัจจัยชั่วคราว โดยหมวดปิโตรเลียมตามการปิดโรงกลั่น และการย้ายโรงงานไปจังหวัดอื่น หากตัดปัจจัยชั่วคราวภาคผลิตยังขยายตัวขึ้น 1.2% ตามภาคการส่งออกสินค้า

โดยภาคการส่งออกสินค้าขยายตัว 0.3% ตามหมวดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า หากดูการส่งออกไปสหรัฐฯ ขยายตัว 4.8% จากหมวดอิเล็กทรอนิกส์ และอาหารแปรรูปอาหารชะลอตัวลงเล็กน้อย อย่างไรก็ดี ต้องติดตามภาคการส่งออกในเดือนสิงหาคม หลังจากผลนโยบายภาษีมีผลบังคับใช้

ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนปรับลดลง -0.4% มาจากเครื่องใช้และอุปกรณ์ หากดูการลงทุนภาคการก่อสร้างยังคงปรับเพิ่มขึ้น ทั้งจากบ้านเดี่ยวและโรงแรม ส่วนการใช้จ่ายรัฐบาลกลางไม่รวมเงินโอนขยายตัว 1.3% สำหรับตลาดแรงงานทรงตัว โดยผู้ประกันตนมาตรา 33 ใกล้เคียงกับเดือนก่อน แต่ผู้ขอรับสิทธิ์ว่างงานรวมต่อผู้ขอรับสิทธิ์รายใหม่ปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนการหางานในระบบทำได้ยากขึ้น จึงต้องติดตามต่อเนื่อง

สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ -0.7% จากเดือนก่อน -0.25% มาจากหมวดอาหารสดตามราคาผลไม้และเนื้อสัตว์ที่ลดลงจากผลผลิตที่เพิ่มขึ้น และหมวดพลังงานจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับลดลง ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานปรับลดลง มาจากผลฐานที่สูงและค่าใช้จ่ายส่วนตัว อย่างไรก็ดี ธปท. ยังคงติดตามใกล้ชิด

“เงินเฟ้อที่ติดลบมานานมาจากปัจจัยทางด้านฝั่งอุปทาน ซึ่งธปท.ได้สัญญาณของการปรับของราคาสินค้า พบว่า ยังมีสินค้าที่ราคาปรับลดลง ไม่เปลี่ยนแปลง และปรับเพิ่มขึ้น โดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ดูรายละเอียด และปรับนโยบายให้สอดคล้องอยู่แล้ว”

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัดเกิดดุลลดลงเล็กน้อยจาก 2.4 พันล้านดอลลาร์ มาอยู่ที่ 2.2 พันล้านดอลลาร์ จากดุลการค้า ขณะที่ดุลบริการ รายได้ และเงินโอนขาดดุลลดลง ขณะที่ เงินบาทต่อดอลลาร์ในเดือนก.ค.ปรับแข็งค่าขึ้นจากเดือนก่อน และทรงตัวในเดือนส.ค. มาจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับดอกเบี้ยลง รวมถึงผลการเจรจาภาษีดีกว่าคาด ส่งผลให้มีเงินทุนไหลเข้ามาในตลาด

“มองไปข้างหน้าเศรษฐกิจชะลอลงจากการส่งออกสินค้ามาจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่จะมีการแข่งขันมากขึ้น จึงยังต้องติดตามใกล้ชิด อย่างไรก็ดี ปัจจัยความเสี่ยงระยะสั้น มองว่า ผลของ Tariffs ยังคงมีอยู่ แม้ว่าผลจะออกมา 19% แต่ยังมีบางเซ็กเตอร์ และ Transshipment ที่ยังไม่ออกมา จึงต้องติดตามดูอยู่ ส่วนระยะยาว จะเป็นเรื่องของปัญหาเชิงโครงสร้างที่จะทำให้เศรษฐกิจโดยรวมมีความเสี่ยงได้”

Back to top button