
SAFE ส่งซิกปี 69 ฟื้นตัว! มาร์จิ้นพุ่ง–ยีลด์ 6% โบรกแนะ “ซื้อ” เป้า 9.70 บาท
SAFE ส่งสัญญาดี คาดปี 69 กำไรฟื้นตัว 11% จากรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ พร้อมแนวโน้มจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอยีลด์ราว 6% ต่อปี พร้อมหน้ารับรู้รายได้ NIPT ให้ สปสช. และร่วมโรงพยาบาลรัฐเชียงรายเปิดคลินิก IVF เสริมการเติบโตระยะยาว
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เผยแพร่บทวิเคราะห์แนะนำซื้อหุ้น บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE โดยมีปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ดังนี้ 1.) เดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2568 จำนวนรอบการรักษา OPU Treatment cycle มีสัญญาณดีขึ้นสะท้อนภาพการฟื้นตัวของผลประกอบการในครึ่งหลังปี 2568 2.) ความร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ช่วยสร้างแหล่งรายได้เพิ่มเติม
3.) เงินปันผลปี 2568 มีแนวโน้มดีกว่าคาด จากอัตราจ่ายเงินปันผลเกิน 100% ของ EPS ส่วนปี 2569 คาดว่ากำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง (+ 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน) จากการฟื้นตัวของรายได้ และมี Gross margin ดีขึ้น ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขาย PE ปี 2569 ที่ 14.9 เท่า เทียบเท่า Forward PE ต่ำกว่า -1.0SD และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 6%
ขณะที่ สปสช. ภาครัฐมีงบประมาณสนับสนุนการรักษาภาวะมีบุตรยากสำหรับหญิงอายุ 30-40 ปี ครอบคลุมการรักษาหลัก 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.) การกระตุ้นไข่สูงสุด 3,000 บาท/รอบ ไม่เกิน 3 รอบ ภายใน 1 ปี 2.) กระตุ้นไข่ด้วย IUI สูงสุด 4,000 บาท/รอบ ไม่เกิน 3 รอบ ภายใน 1 ปี และ 3. IVF/CSI การตรวจพันธุกรรมและย้ายตัวอ่อนเหมาจ่าย 100,000 บาท/2 ครั้ง
ผู้บริหารมองว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยผลักดันการเติบโตของตลาด IVF ไทย ให้ SAFE มีโอกาสร่วมเป็นพันธมิตรกับโรงพยาบาลรัฐเพิ่มเติม จากปัจจุบันมีการเซ็นสัญญาร่วมให้บริการกับ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เพื่อให้บริหารห้อง Lab สำหรับรักษาภาวะผู้มีบุตรยาก และมีโอกาสร่วมมือกับโรงพยาบาลรัฐเพิ่มอีก 1 แห่งในภาคตะวันตก
แนะนำ “ซื้อ” หุ้น SAFE โดยประเมินราคาเป้าหมายปี 2569 (TP 26F) ที่ 9.70 บาท ด้วยวิธี DCW WACC 9.7% เนื่องจาก 1.)คาดกำไรสุทธิปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง (+11% CAGR) ตามการฟื้นตัวของรายได้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าต่างชาติ และ 2.) คาดจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอ โดยราคาหุ้นปัจจุบันให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 6% ต่อปี และซื้อขาย PE ปี 2569 เทียบเท่า Forward PE ต่ำกว่า -1.0SD
บริษัท หลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด หรือ LIB ยังคงประมาณการ SAFE โดยคาดว่ากำไรสุทธิไตรมาส 4/2568 จะทำได้ตามประมาณการ โดยกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2568 คิดเป็น 73.1% ของประมาณการทั้งปี ส่วนปี 2569-2571 SAFE กำลังหาโรงพยาบาลรัฐร่วมเปิดคลินิก IVF ตามหัวเมืองหลักในประเทศ จึงยังคงประมาณการ และคำแนะนำ “ซื้อ” โดยให้ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 9.50 บาท/หุ้น
ทั้งนี้ มุมมองการลงทุนเป็น “กลาง” โดยปัจจัยลบต่าง ๆ ได้รับรู้ไปหมดแล้ว ในไตรมาส 4/2567 ที่คาดว่าจะผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ส่วนปี 2569 จะรับรู้รายได้จากการตรวจ NIPT ให้ สปสช. และการร่วมมือให้บริการกับโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ทำคลินิก IVF รวมถึงลุ้นผ่านกฎหมายอุ้มบุญ (อยู่นอกประมาณการ) แนะนำลงทุนระยะยาวตามแนวโน้มภาวะมีบุตรยากที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตาม Urbanization
ผู้บริหารประเมินว่า แนวโน้มในไตรมาส 4/2567 เป็นจุดต่ำสุด หลังจากจบกระแสปีมังกร และมองกระแสปีม้า 2569 ไม่มีนัยสำคัญต่อธุรกิจ อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดว่ามูลค่าการฝากไข่ทั่วโลกยังเติบโต +16.8% ต่อปีจนถึงปี 2577 (ที่มา : precedenceresearch.com) เป็นผลจากไลฟ์สไตล์ในเมือง และสังคมผู้สูงอายุที่สูงขึ้น
โดยคาดว่ากำไรไตรมาส 4/2568 จะหดตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เล็กน้อยจาก Low season แต่จะขยายตัวเมื่อเทียบกบัช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่รายได้จาก สปสช. คาดว่าจะเริ่มรับรู้ในไตรมาส 1/2569 หลัก ๆ จากการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์จากเลือดมารดา (NIPT) โดยจะใช้เครื่องมือจากจีนที่มีต้นทุนต่ำ และทั้งประเทศมีเพียง 5-6 บริษัทที่รับตรวจให้ สปสช. และผู้บริหารคาดว่า SAFE จะได้ส่วนแบ่งรายได้ที่มีนัยสำคัญ

