SAFE กำไร Q1 โตแตะ 34 ลบ. รับอานิสงส์ลูกค้า “ตะวันออกกลาง” แห่ทำ IVF

SAFE อวดกำไรไตรมาส 1/69 แตะ 34 ล้านบาท โต 13% กวาดรายได้ 174 ล้านบาท อานิสงส์คุมต้นทุนเด่น-ดึงเทคโนโลยี PGTSeqA เจาะตลาด ลุยจับมือ รพ. ขยายฐานลูกค้า ปักธงปี 69 รายได้พุ่ง 10% รับตลาด IVF โตแรง


นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาผู้มีบุตรยากด้วยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE เปิดเผยถึงภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทในงวดไตรมาสที่ 1/2569 (สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2569) ว่า บริษัทมีกำไรส่วนของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท หรือเติบโต 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และมีรายได้จากการขายและให้บริการรวมอยู่ที่ 174.1 ล้านบาท

สำหรับปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้ผลประกอบการปรับตัวเพิ่มขึ้น มาจากการเติบโตของรายได้จากการขายและการให้บริการ รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและควบคุมค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไร (Margin) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ SAFE ยังได้รับปัจจัยหนุนจากการนำเทคโนโลยี PGTSeqA ของ JUNO Genetic จากประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาประยุกต์ใช้สำหรับการตรวจวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ซึ่งถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทยและได้รับสิทธิ์เอ็กซ์คลูซีฟ (Exclusive) เฉพาะบริษัทเท่านั้น โดยเทคโนโลยีดังกล่าวมีความแม่นยำสูงกว่าเทคโนโลยี PGT-A แบบเดิม ช่วยเพิ่มอัตราการตั้งครรภ์และลดอัตราการแท้ง สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการคัดเลือกตัวอ่อนที่ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้บริษัทได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากกลุ่มลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

ด้านแผนการขยายธุรกิจในปีนี้ SAFE จะมุ่งเน้นการใช้โมเดลการสร้างพันธมิตรร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลเอกชนและโรงพยาบาลภาครัฐในจังหวัดใหญ่ๆ ที่มีฐานคนไข้สูตินรีเวชอยู่แล้ว แต่ยังขาดความพร้อมในด้านการทำเด็กหลอดแก้ว โดยบริษัทจะเข้าไปช่วยเติมเต็มศักยภาพการให้บริการดังกล่าว ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดห้องปฏิบัติการตรวจพันธุกรรมแห่งใหม่ๆ ให้ครอบคลุมการให้บริการเพิ่มมากขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าจัดแคมเปญโปรโมชันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเจาะกลุ่มคู่รักที่ต้องการวางแผนมีบุตรในอนาคต พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษาให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้ SAFE ได้ตั้งเป้าหมายรายได้รวมในปี 2569 จะเติบโต 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากประเมินว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมรักษาผู้มีบุตรยาก (IVF) ยังคงมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ประกอบกับกลุ่มลูกค้าจากภูมิภาคตะวันออกกลางมีแนวโน้มเดินทางเข้ามาใช้บริการในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ รวมถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพและการให้บริการในระดับพรีเมียมของไทยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้วยมาตรฐานการรักษาขั้นสูงสุด

Back to top button